ลู่เฉิงอวิ๋นคิดไม่ออก แต่ก็รู้สึกว่าการกลัดกลุ้มเพราะคนที่ไม่รู้จักมักคุ้นเป็นเรื่องเหลวไหล
เหลียงเฉวียนรีบตอบกลับมาไม่นานนัก “รุ่นพี่ พวกเราไม่เคยมีเรื่องกับคนแซ่อันนะ แซ่นี้ก็ไม่ค่อยพบ จิ่วจื่อกับคนอื่น ๆ ก็บอกว่าไม่คุ้นเลย”
“รู้แล้ว”
เหลียงเฉวียนถามต่อ “เออ รุ่นพี่ยังคบกับคนนั้นอยู่ไหม?”
คนนั้นที่ว่า หมายถึงหร่วนอวี้
พวกพี่น้องของเขาไม่มีใครชอบเธอ
ต่างก็คิดว่าลู่เฉิงอวิ๋นคู่ควรกับเธอเกินพอ แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับไม่รู้จักดีชั่ว ไม่เพียงทำตัวไม่ดีกับลู่เฉิงอวิ๋น ยังวางท่าเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ทุกวัน ไม่ก็ว่าเชย ไม่ก็ว่าพวกเขาพารุ่นพี่เสียคนจนทำงานล่วงเวลาอยู่เรื่อย
ถึงจะไม่ชอบเธอ แต่เหลียงเฉวียนก็ไม่กล้าพูดถึงพี่สะใภ้ใหญ่ในทางเสียหาย กลัวว่าวันหน้าหากทั้งคู่แต่งงานกัน เขาจะถูกลากไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวที่ซวยที่สุด
ลู่เฉิงอวิ๋นรู้ว่าเขาหมายถึงใคร “เรายังคบกันอยู่”
หัวใจที่แขวนค้างของเหลียงเฉวียนพลันตายสนิท
มาถึงขั้นนี้แล้ว ทั้งคู่ยังไม่เลิกกันอีกหรือ
เหลียงเฉวียนหมดหนทาง แต่ยังพิมพ์ตอบอย่างรู้กาลเทศะว่า “งั้นพี่สะใภ้ก็เป็นคนดีนี่ครับ เธอรักพี่จริง ๆ”
ลู่เฉิงอวิ๋นพึมพำ “รักหรือ?”
เขาได้ยินคำที่ค่อนข้างแปลกหูคำนี้
มีไออุ่นสายหนึ่งไหลผ่านหัวใจ แต่ก็รู้สึกว่าคำนี้ไม่ค่อยตรงนัก
หร่วนอวี้รักเขา...หรือ?
เหลียงเฉวียนยังส่งข้อความมาอีก “อ้อ จริงสิ วันนี้วันเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง ผมเพิ่งเลี้ยงชานมแก้วแรกของฤดูใบไม้ร่วงให้พนักงานทั้งแผนก รุ่นพี่อย่าลืมซื้อให้พี่สะใภ้ด้วยนะครับ คบกันต้องมีพิธีรีตองบ้าง ไม่งั้นเธอต้องโกรธพี่แน่”
