ในความมืด เสียงของลู่เฉิงอวิ๋นฟังดูเย็นชาเล็กน้อย
“พรุ่งนี้ต้องจ่ายค่าเช่าห้องแล้ว”
หร่วนอวี้คิดแล้วก็เห็นด้วย “งั้นรอจ่ายค่าเช่าเสร็จก่อนก็ได้ ฉันจะวาดรูปเก็บเงินเพิ่ม เดือนนี้ต้องซื้อจักรยานให้คุณได้แน่”
“……”
ลู่เฉิงอวิ๋นจนปัญญากับความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อของเธอ
แต่ก็ยังยืนยันหนักแน่นว่า “ไม่ต้องแล้ว นอนเถอะ”
หร่วนอวี้ไม่เคยเช่าห้องมาก่อน จึงไม่รู้ว่าในปักกิ่งซึ่งที่ดินทุกตารางนิ้วมีราคาแพง แม้แต่ห้องกึ่งใต้ดินก็ยังแพงได้ขนาดนี้
หลังโอนเงินให้เจ้าของห้องแล้ว เธอถึงได้ตระหนักว่าลู่เฉิงอวิ๋นพูดถูก ด้วยฐานะของพวกเขาในตอนนี้ ยังซื้อจักรยานไม่ไหวจริง ๆ
แต่หร่วนอวี้คิดว่าชีวิตต้องเต็มไปด้วยความหวัง ถ้าไม่มีอะไรก็ลงมือพยายาม ขอแค่หาเงินให้ดีและใช้จ่ายอย่างประหยัด สักวันก็ต้องเก็บเงินซื้อจักรยานได้แน่
คิดได้อย่างนั้น เธอก็สะพายกระดานวาดรูปออกไปตั้งแผง
โชคร้ายที่สาวน้อยสองคนซึ่งนัดจองคิวไว้ตั้งแต่เมื่อวานพร้อมใจกันเบี้ยวนัด
โชคดีที่วันนี้มีลูกค้ามากกว่าเมื่อวานสองคน
ตลอดช่วงเช้าเธอวาดไปหกรูป ได้เงินมาหกสิบหยวน
วันนี้หาเงินได้มากกว่าเมื่อวานอีกยี่สิบหยวน
หร่วนอวี้รู้สึกว่าตัวเองเก่งไม่น้อยเลย
ขณะที่กำลังเตรียมเก็บแผง นักศึกษาชายผมสีชมพูก็เดินเข้ามา เขาสูงราว 187 เซนติเมตร แต่สวมชุดกีฬาและรองเท้าสีชมพูหวาน พอยิ้มก็เผยเขี้ยวเล็ก ๆ ออกมา
“สวัสดีครับ ช่วยวาดรูปให้ผมสักรูปได้ไหมครับ?” รอยยิ้มของชายหนุ่มเจิดจ้า แฝงความสูงศักดิ์ที่ดูไม่เข้ากับอุโมงค์ใต้ดินแห่งนี้
หร่วนอวี้ไม่เคยเห็นเด็กหนุ่มที่มีแววตาสะอาดบริสุทธิ์ขนาดนี้มาก่อน ราวกับแค่ได้มองเขาสักครั้ง ความหม่นหมองรอบกายก็พลันมลายหายไป
