“คุณก็รู้ว่าไม่ปลอดภัยนี่?” หร่วนอวี้โกรธจนแทบระเบิด ตะโกนใส่เขา “ลาออกซะ พรุ่งนี้ห้ามไปอีก ต่อให้ได้เงินมากแค่ไหนก็ไม่ต้องไป”
เธอทำใจใช้เงินที่ลู่เฉิงอวิ๋นเอาชีวิตเข้าแลกไม่ได้หรอก นั่นยิ่งเลวร้ายกว่าที่เจ้าของร่างเดิมขายเขาให้ร้านค้าบริการเสียอีก
ลู่เฉิงอวิ๋นโดนดุจนไม่กล้าส่งเสียง ได้แต่ขานรับเบา ๆ ก่อนพูดว่า “งั้นผมยังไปทำงานที่ไซต์ก่อสร้างกับสวนโลจิสติกส์ได้ แผลตามตัวก็หายดีหมดแล้ว”
หร่วนอวี้หันไปเทอาหารที่ไหม้ทิ้ง ไม่อยากพูดกับเขาอีกแม้แต่คำเดียว
เห็นเธอยังโกรธ ลู่เฉิงอวิ๋นก็เดินไปหยิบกระทะจากมือเธอ “ผมล้างกระทะแล้วทำกับข้าวเอง คุณไปพักก่อนเถอะ”
หร่วนอวี้ไม่ยอมยกให้เขา หันไปเปิดน้ำจากก๊อกแทน พูดอย่างขุ่นเคืองว่า “ไปยื่นเรื่องลาออกเดี๋ยวนี้เลย”
ลู่เฉิงอวิ๋น “...ได้”
ชายหนุ่มถือโทรศัพท์เดินไปยืนข้าง ๆ แต่ไม่ได้เปิดวีแชต กลับค้นหาในเบราว์เซอร์ว่า แฟนสาวโกรธแล้วควรทำอย่างไร?
ชาวเน็ตผู้กระตือรือร้นในไป่ตู้ต่างเสนอคำตอบกันสารพัด บ้างก็แนะนำให้ซื้อของขวัญชิ้นเล็ก ๆ ไปขอโทษ บ้างก็ให้คุกเข่าสำนึกผิดบนลูกทุเรียน แล้วยังมี...
เขาเลื่อนลงไปเห็นสี่คำ
จัดหนักจัดเต็ม
ลู่เฉิงอวิ๋นขมวดคิ้ว
หมายความว่ายังไง?
ขณะที่กำลังจะค้นดูว่านี่เป็นศัพท์ใหม่บนอินเทอร์เน็ตแบบไหน จู่ ๆ ก็มีสายโทรศัพท์เข้ามา เป็นผู้ประสานงานของบริษัทรับเช็ดกระจก
“ฮัลโหล ใช่เฉิงอวิ๋นหรือเปล่า?”
“ครับ” ลู่เฉิงอวิ๋นรู้สึกว่าเสียงอีกฝ่ายฟังดูรู้สึกผิดกว่าปกติ แถมยังเจือความหวาดหวั่นอยู่เล็กน้อย
หรือเห็นข่าววันนี้แล้วโทรมาแสดงความห่วงใย?
