“เอาฉันออกจากบัญชีดำในวีแชตของคุณด้วย อันไป่หยวน”
นี่คือประโยคเดียวในจดหมายฉบับนั้น
หร่วนอวี้อาจมองเงินทองเป็นเพียงสิ่งไร้ค่าได้ แต่จะมองศิลปะเป็นเรื่องไม่สำคัญไม่ได้ โรงเรียนศิลปะกลางสอบเข้ายากมากอยู่แล้ว ช่องทางติดต่อของคณบดีเติ้งมีค่ามากกว่าทองหมื่นชั่งเสียอีก
พอปลดบล็อกวีแชตแล้ว หร่วนอวี้ก็ถ่ายรูปนามบัตรส่งไปทันที ก่อนจะถูมือพลางถามว่า “นี่หมายความว่ายังไงเหรอ?”
อันไป่หยวนตอบกลับมาแทบจะทันที “ปาฏิหาริย์ชัด ๆ! เธอเลือกช่องทางติดต่อคณบดีเติ้งแทนเงินห้าล้านอย่างไม่ลังเลเลยนะ คนแบบเธอนี่ฉันถือโคมเดินหาก็ยังหาไม่เจออีกคน”
หร่วนอวี้เขินจนยกมือเกาหัว
แต่เธอก็ไม่กล้ามีเรื่องกับอันไป่หยวน เพราะโรงเรียนศิลปะกลางเป็นสถาบันที่เธออยากสอบเข้าให้ได้มากที่สุด ส่วนคณบดีเติ้งก็เป็นปรมาจารย์ด้านศิลปะที่เธอคงไม่มีโอกาสได้พบไปตลอดชีวิต
อันไป่หยวนเห็นเธอยังไม่ตอบ จึงส่งข้อความตามมาอีกข้อความ “ถ้าพวกเธอเลิกกันเดี๋ยวนี้ ฉันจะให้คณบดีเติ้งรับเธอเป็นลูกศิษย์ คอยแนะนำการวาดภาพให้”
หร่วนอวี้อยากตอบตกลงแทบแย่ แต่ไม่กล้าเลิกกับลู่เฉิงอวิ๋นล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นสิ่งที่รอเธออยู่ก็คือการไปเลี้ยงหมูในหุบเขา
แต่พอคิดอีกที ถ้าเลี้ยงหมูเสร็จทุกวันแล้วยังไปคุยวีแชตกับคณบดีเติ้งเพื่อขอคำแนะนำเรื่องวาดรูปได้ แบบนั้นก็พอจะรับได้เหมือนกัน…
ในหัวของหร่วนอวี้มีคนตัวจิ๋วสองคนกำลังตีกันอย่างดุเดือด
คนหนึ่งบอกให้เธอรีบรับภารกิจ โอกาสมาถึงแล้วจะปล่อยให้หลุดมือไม่ได้
อีกคนบอกให้รักษาชีวิตไว้ก่อน จะได้ไม่ถูกกลิ่นเหม็นในคอกหมูฆ่าตาย แล้วเดินซ้ำรอยเจ้าของร่างเดิม
