มองดูสีหน้าที่ค่อย ๆ ฟื้นคืนของไป๋เจี๋ย หลินจื่อตงก็ยังเก็บกดแรงกระตุ้นที่อยากทำต่อไว้ได้ในที่สุด
เพราะถ้ายังทำต่อไปแบบนี้ ไป๋เจี๋ยอาจจะเกิดความสงสัย
หลินจื่อตงดึงมือกลับอย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วถามเสียงเบาว่า "พี่ไป๋ ตอนนี้รู้สึกเป็นยังไงบ้างครับ"
ไป๋เจี๋ยขยับร่างกายเล็กน้อย พร้อมลูบหน้าท้องส่วนล่าง แล้วเผยรอยยิ้มโล่งใจ "ดีขึ้นเยอะเลย น้องจื่อตง พี่ไม่รู้จะขอบคุณนายยังไงดี"
หลินจื่อตงโบกมือ "พี่ไป๋ ทำไมต้องเกรงใจด้วยครับ เราเป็นเพื่อนกัน ช่วยเหลือกันเป็นเรื่องควร"
จางฉินอยู่ข้าง ๆ ก็เสริมขึ้นมา "ใช่ ๆ ไป๋เจี๋ย จื่อตงน่ะเป็นเด็กจิตใจดี เธอไม่ต้องเกรงใจเขาหรอก"
หลินจื่อตงทำสีหน้าแปลกใจ ในสายตาจางฉินตัวเขาเป็นแค่เด็ก?
แต่พอคิดดู เขากับหวังเย่อายุเท่ากัน จะว่าเขาเป็นเด็กก็ไม่ผิด?
แต่พูดออกมาจากปากจางฉินแล้ว มันรู้สึกแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้!
เถียนเจียวเจียวเดินเข้ามา มองหลินจื่อตงตั้งแต่หัวจรดเท้า ในแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย "น้องรัก เมื่อกี้เป็นเทคนิคอะไรน่ะ ทำไมถึงอัศจรรย์ขนาดนั้น"
จางฉินไม่รู้ แต่เถียนเจียวเจียวรู้ดีว่า โรคประจำตัวของไป๋เจี๋ยเคยไปหาหมอชื่อดังมามากมายตามโรงพยาบาลใหญ่ ๆ แต่พวกเขาก็จนปัญญา แถมยังหาเหตุของโรคไม่เจอ
ทุกครั้งที่ไป๋เจี๋ยมีอาการกำเริบ ก็จะปวดนานมาก!
แต่ครั้งนี้เพิ่งผ่านไปแค่ไหน สิบนาที หรือไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ ขนาดหมอดัง ๆ ยังทำไม่ได้ หลินจื่อตงทำได้ยังไง?
หลินจื่อตงยิ้มแล้วทำเป็นบอกด้วยน้ำเสียงลึกลับ "ก็เป็นเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สืบทอดกันในบ้านน่ะครับ ไม่สะดวกจะบอกคนนอก"
