ภารกิจฝึกซ้อมของฮั่วหมิงซานวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว ทั้งสองออกจากประตูแล้วกลับไปยังเรือนพักครอบครัวทหารที่กองทัพจัดสรรให้
เรือนหลังเล็กเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ลานบ้านได้รับการจัดเก็บจนเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนในห้องก็สะอาดสะอ้าน หน้าต่างใสสะอาด
หากไม่มีอะไรผิดพลาด ที่นี่คงเป็นที่ที่พวกเขาจะอาศัยอยู่ไปอีกนาน ต้วนหานเยว่จึงใส่ใจเรื่องนี้มาก เธอเตรียมเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกผ้านวมเป็นชุดใหม่ พอกำลังจะถามฮั่วหมิงซาน ก็เห็นเขาหยิบชุดเครื่องนอนชุดหนึ่งออกมาจากตู้ มีลายดอกโบตั๋นสีแดงสดปักอยู่
ผ้าต่วนลายทแยงสีแดงสดส่องประกายระยิบระยับอย่างนุ่มนวลละเอียดอ่อนอยู่ใต้แสงแดด ผืนผ้าปูที่นอนทั้งผืนปักลายดอกโบตั๋นสีแดงแน่นขนัด ดอกไม้บานเต็มที่ ขอบกลีบดอกเย็บด้วยด้ายสีทอง ส่องประกายจนต้วนหานเยว่แทบลืมตาไม่ขึ้น
“คุณไปเอามาจากไหนคะ?” ลวดลายฉูดฉาดแบบนี้ ดูไม่ค่อยเหมือนสไตล์ของฮั่วหมิงซานเลย
“คุณน้าเซี่ยให้มา บอกว่าปูแล้วดูเป็นมงคล สื่อถึงความมั่งคั่งสมบูรณ์พูนสุข และทุกอย่างราบรื่น”
ฮั่วหมิงซานเองก็รู้สึกว่าลวดลายบนผืนผ้าสะดุดตาเกินไป แต่ขัดเซี่ยหมิ่นไม่ได้ จึงได้แต่รับกลับมา
ถึงเขาจะไม่ชอบสีนี้ แต่ก็ชอบความหมายอันเป็นมงคลอยู่ดี จึงลังเลเพียงชั่วครู่ ก่อนหยิบมันออกมา
ทั้งสองช่วยกันเปลี่ยนปลอกผ้านวมและปูผ้าปูที่นอน ห้องทั้งห้องดูสดใสขึ้นมาใหม่ ให้ความรู้สึกเหมือนคู่บ่าวสาวเพิ่งแต่งงานกันจริง ๆ
ห้องนี้กว้างมาก นอกจากตู้ลิ้นชักสามชั้นแล้ว ตรงมุมหน้าต่างยังมีโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกระจกวางอยู่ด้วย
ต้วนหานเยว่ชอบมุมนั้นมาก เวลาว่างได้นั่งเขียนวาดอะไรตรงนั้นคงดีไม่น้อย
“เดี๋ยวผมต้องออกไปข้างนอกอีกสักรอบ คนอื่น ๆ อาจมาขอโทษคุณ ถ้าคุณยอมฟังก็ฟังพวกเขาหน่อย แต่ถ้าไม่อยากฟังก็ไม่ต้องให้เข้ามา” ฮั่วหมิงซานพอจะเข้าใจนิสัยของต้วนหานเยว่แล้ว
