ผู้ชายคนนี้พูดตรงจริง ๆ
ใบหูร้อนผ่าว ไม่ต้องมองก็รู้ว่าหน้าของต้วนหานเยว่ต้องแดงจัดแน่
เธอไม่ได้ตอบคำพูดของฮั่วหมิงซาน แต่กลับเข้าห้องไปถักเปียให้ตัวเองจนพองฟู จากนั้นก็ถือกระเป๋าผ้าลายทางสีฟ้าสลับขาวออกมา ใบหน้าขรึมขณะเอ่ยว่า “ไปกันเถอะ”
สำนักงานกิจการพลเรือนอยู่ในตัวอำเภอ ห่างจากค่ายทหารไปกว่ายี่สิบกิโลเมตร นั่งรถโดยสารเกือบหนึ่งชั่วโมง
รู้ว่าวันนี้ต้องนั่งรถ ต้วนหานเยว่จึงเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ เธอค้นหาในมินิมาร์ตเล็ก ๆ ในมิติส่วนตัวอยู่นาน ก่อนจะเจอแผ่นแปะกันเมารถสองแผ่น แล้วนำมาแปะไว้ใต้ใบหู
ใช้ผมหนาปกปิดเอาไว้ คนทั่วไปจึงมองไม่เห็น
“คุณนั่งข้างในนะ”
บนรถค่อนข้างแน่น ฮั่วหมิงซานใช้มือข้างหนึ่งประคองเอวต้วนหานเยว่ ส่วนอีกข้างกันผู้คนออกห่างจากเธอ
คนส่วนใหญ่รู้จักฮั่วหมิงซานดี พอเงยหน้าขึ้นเห็นเขา ต่างก็หลีกทางให้โดยไม่รู้ตัว
บางคนอาศัยที่นั่งบังแอบมองต้วนหานเยว่ที่เขาคอยปกป้องอยู่ พร้อมส่งสายตาล้อเลียนให้คนรอบข้าง
นาน ๆ ทีจะได้เห็นจริง ๆ
ผู้บังคับการกรมฮั่วที่หน้าเย็นชาเหมือนยมบาล กลับเอ็นดูภรรยาขนาดนี้
รู้อย่างนี้แต่แรก พวกเธอก็น่าจะให้ลูกสาวที่บ้านลองดูบ้าง
น่าเสียดาย
แต่ภรรยาคนนี้ของเขาไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครรังแกได้ เพิ่งมาได้ไม่กี่วันก็ทำเรือนพักครอบครัวปั่นป่วนไปหมด
เป็นตัวแสบคนหนึ่งเลยล่ะ
สายตาของคนรอบข้างทำให้ต้วนหานเยว่รู้สึกอึดอัด เธอนั่งริมหน้าต่างแถวหลัง คิ้วขมวดมุ่น
ฮั่วหมิงซานคิดว่าเธอเมารถจนไม่สบาย จึงเปิดหน้าต่างแง้มไว้เล็กน้อย
“ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง?”
ต้วนหานเยว่ได้สติกลับมา สบเข้ากับดวงตาดำขลับที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ก่อนตอบว่า “ฉันไม่เป็นไร”
