ฝ่ามือของชายหนุ่มกว้างใหญ่และร้อนผ่าว มีกลิ่นหอมสะอาดของฝักสบู่ติดอยู่จาง ๆ
มือเขาใหญ่มาก เดิมทีแค่คิดจะปิดปากต้วนหานเยว่ แต่กลับบังใบหน้าเธอไปเกือบครึ่ง เหลือเพียงดวงตาคู่โตที่กะพริบปริบ ๆ ให้เห็น
ลมหายใจแผ่วเบารินรดฝ่ามือ ฮั่วหมิงซานรู้สึกราวกับฝ่ามือทั้งข้างเริ่มร้อนวูบขึ้นมา
ร่างกายร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา ความรู้สึกแปลกประหลาดผุดขึ้นอย่างฉับพลัน เขาจึงจำต้องชันขาข้างหนึ่งขึ้นมาบังไว้
ฮั่วหมิงซานเบือนหน้าหนีอย่างเกือบจะลนลาน ทว่าคนสวยที่อยู่ใจกลางบรรยากาศชวนใจเต้นกลับไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยสักนิด
ต้วนหานเยว่ดึงมือเขาลง ใบหน้าเล็กชื้นเหงื่อบาง ๆ ราวกับดอกท้อที่ผลิบานบนกิ่งต้องหยาดน้ำค้าง งดงามเย้ายวนราวฤดูใบไม้ผลิ
เธอขยับเข้ามา เอียงศีรษะเล็กน้อย ก่อนถามอย่างกระวนกระวายว่า “ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง แล้วมันคืออะไรเหรอ?”
มือที่ห้อยอยู่ข้างกายกำแน่นเป็นหมัด ฮั่วหมิงซานพยายามไม่สนใจความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง ก่อนเอ่ยเสียงต่ำเลียนแบบเธอว่า “สามีของเธอมีปัญหา”
“หา?”
ริมฝีปากแดงของต้วนหานเยว่เผยอขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเจือความประหลาดใจ
“เรื่องของเธอค่อนข้างซับซ้อน”
“สามีเธอเป็นคนในกองทหารของเรา แต่ไม่เคยบอกใครเลยว่าตัวเองแต่งงานแล้ว แถมยังชอบพูดเล่นกับคนอื่นว่า ถ้ามีผู้หญิงที่เหมาะสมก็ช่วยแนะนำให้เขาหน่อย”
“ผู้ชายเฮงซวย!”
ต้วนหานเยว่ทุบแผ่นเตียง พอนึกถึงหญิงวัยกลางคนที่ใจดีและเป็นมิตรเมื่อครู่ เธอก็อดรู้สึกขมขื่นแทนไม่ได้
เมื่อครู่ตอนหม่าเชุ่ยเหลียนพูดถึงสามี แววดีใจในดวงตาแทบซ่อนไม่มิด
แต่สามีที่เธอเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกวัน กลับไม่เคยยอมรับการมีตัวตนของเธอต่อหน้าคนอื่นเลย
