สายตาของต้วนหานเยว่หยุดอยู่ที่กล่องทรงเหลี่ยม แม้เธอจะเป็นคนที่ทะลุมิติมาจากโลกอื่น แต่ก็อดรู้สึกขมขื่นขึ้นมาในใจไม่ได้
เธอรับกล่องใบนั้นมาเปิดดู เพียงกวาดตามองคร่าว ๆ ก็เห็นธนบัตรกับคูปองกองเรียงกันอย่างเป็นระเบียบอยู่ข้างใน
ต้วนเฮ่อเซวียนเป็นทหารมาห้าปี ตอนเริ่มแรกเงินเบี้ยเลี้ยงเดือนหนึ่งมีแค่ 8 หยวน ช่วงสองปีมานี้เขาออกปฏิบัติภารกิจบ่อยขึ้น เลื่อนขั้นขึ้นมาสองขั้น เงินเบี้ยเลี้ยงถึงได้เพิ่มขึ้นมาหน่อย
เงินตั้งมากมายขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเขาต้องเก็บนานแค่ไหน
พอเห็นเธอรับกล่องไป หินก้อนใหญ่ที่แขวนค้างอยู่ในใจต้วนเฮ่อเซวียนก็เพิ่งหล่นลงมาได้เล็กน้อย
“ทะเบียนบ้านล่ะ?” ต้วนหานเยว่เรียกเขาว่าพี่ชายไม่ออก จึงก้มหน้าลงเล็กน้อย จงใจหลบสายตาของต้วนเฮ่อเซวียน
“พี่เอาทะเบียนบ้านให้พี่หมิงซานแล้ว เขาบอกว่าจะช่วยย้ายทะเบียนบ้านกับสังกัดเสบียงของเธอไปที่ฐานก่อน พอรายงานขอแต่งงานอนุมัติแล้วค่อยไปจดทะเบียน”
พอพูดถึงเรื่องนี้ ต้วนเฮ่อเซวียนก็เริ่มกังวลขึ้นมาอีก เขายกมือแตะศีรษะเธอเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนโยน “บอกพี่มาสิ เธอเต็มใจแต่งงานกับเขาจริง ๆ หรือเปล่า?”
เขาแอบสังเกตสีหน้าของต้วนหานเยว่ ก่อนเสริมว่า “ถ้าเธอไม่เต็มใจ เงินเบี้ยเลี้ยงของพี่ก็เลี้ยงเธอไหว อย่าห่างเหินกับพี่เพียงเพราะเรื่องสายเลือดเลย ในใจพี่ เธอจะเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของพี่ตลอดไป”
“ขอบคุณนะ” ต้วนหานเยว่ไม่อยากพาลโกรธต้วนเฮ่อเซวียนที่ไม่มีความผิดเพราะเรื่องของต้วนหงฉีกับเฉาอวิ้น เธอยิ้มจนดวงตาโค้ง “แต่ฉันเต็มใจแต่งงานกับฮั่วหมิงซาน คุณไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก”
“อย่างนั้นก็ดี อย่างนั้นก็ดี” ต้วนเฮ่อเซวียนถูมือไปมา ขอแค่น้องเยว่เยว่ไม่ได้พูดเรื่องแต่งงานเพราะประชดพ่อแม่ก็พอ
เขาเป็นเพื่อนสนิทกับฮั่วหมิงซานมาหลายปี ย่อมวางใจในนิสัยของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ในเมื่อฮั่วหมิงซานรับปากว่าจะแต่งงานกับน้องสาวของเขา ก็ต้องดูแลเธออย่างดีแน่นอน
