“โครม!”
ประตูห้องถูกใครบางคนถีบเปิดอย่างแรง แสงแดดจ้าสาดเข้ามาจนเปลือกตาของคนบนเตียงแสบไปหมด
“ทุกคนมาดูนี่เร็ว!”
“บ้านตระกูลต้วนเลี้ยงผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายแบบนี้ออกมา กลางวันแสก ๆ ยังมุดผ้าห่มนอนกับผู้ชาย!”
เสียงด่าทอแหลมปรี๊ดของหญิงวัยกลางคนดังต่อเนื่องก้องไปทั่วฟ้า จนแม้แต่นกบนท้องฟ้ายังตกใจ ไม่กล้าหยุดอยู่แถวนี้แม้แต่วินาทีเดียว
ศีรษะหนักอึ้ง ความทรงจำแปลกหน้าอีกนับไม่ถ้วนทะลักเข้ามาในหัว ทำให้สติของต้วนหานเยว่พร่าเลือน
เธอไม่ได้ประสบอุบัติเหตุตกลงมาเสียชีวิตตอนกระโดดร่มในวันเกิดอายุครบ 20 ปีหรอกหรือ?
แล้วทำไมพอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ถึงทะลุเข้ามาในนิยายย้อนยุคเรื่องหนึ่ง กลายเป็นคุณหนูตัวปลอมผู้ฉาวโฉ่ในเรื่องที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาเสียแล้ว
ข้างกายมีร่างผู้ชายร้อนผ่าวแข็งแรงแนบชิดอยู่
เขาคือฮั่วหมิงซาน เพื่อนสนิทของต้วนเฮ่อเซวียน พี่ชายคนโตของร่างเดิม ชายหนุ่มที่อายุยังน้อยก็ได้เป็นผู้บังคับกองร้อยแล้ว
ตรงประตูมีผู้ชายหนึ่งคนกับผู้หญิงสามคนยืนอยู่
คู่สามีภรรยาวัยกลางคนคือพ่อแม่บุญธรรมของร่างเดิม ต้วนหงฉีกับเฉาอวิ้น ส่วนเด็กสาวรูปร่างผอมบางคือคุณหนูตัวจริงที่สลับตัวกับร่างเดิม มีชื่อเดิมว่าหยางพ่านเอ๋อร์ ปัจจุบันชื่อว่าต้วนพ่านพ่าน
ส่วนคนที่เพิ่งด่าเธอไป ก็คือหญิงหน้าผอมยาว ดวงตาเฉียงขึ้นตรงหางตา คนนั้นเป็นแม่แท้ ๆ ของร่างเดิม หวังไฉ่หง
ทะลุเข้าหนังสือ นิยายย้อนยุค คุณหนูตัวปลอม ถูกจับได้คาหนังคาเขา
พอเห็นสถานการณ์ตรงหน้า ต้วนหานเยว่ก็ตาลาย อยากเป็นลมไปเสียเดี๋ยวนั้น
“ต้วนหานเยว่! แกนี่มันผู้หญิงสำส่อนที่ทนความเหงาไม่ไหวจริง ๆ กลางวันแสก ๆ ยังนอนร่วมผ้าห่มกับผู้ชายอีก คันจนทุกวันนอนไม่หลับเลยหรือไง!”
หวังไฉ่หงด่าเธอเสร็จ ก็หันไปมองต้วนหงฉีกับเฉาอวิ้นที่สีหน้าเขียวคล้ำ
“ฉันนึกว่าพวกคนเมืองจะสูงส่งขนาดไหน เห็นฉันแล้วก็เลือกแล้วเลือกอีก สุดท้ายลูกสาวที่เลี้ยงออกมากลับเป็นผู้หญิงหน้าด้านชั้นต่ำแบบนี้!”
พอได้โอกาสจับผิดสองสามีภรรยา หวังไฉ่หงก็พูดไม่หยุด “ลูกสาวของพวกแก ฉันเลี้ยงดูจนสะอาดสะอ้าน เป็นคนขยัน ทำงานคล่องแคล่ว ส่วนพวกแกเล่า? เลี้ยงลูกสาวฉันจนกลายเป็นผู้หญิงที่ถูกผู้ชายย่ำยีพรหมจรรย์ เรื่องนี้พวกแกต้องให้คำตอบฉัน!”
เฉาอวิ้นได้ยินอีกฝ่ายเรียกลูกสาวตนว่าผู้หญิงชั้นต่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็โกรธจนหน้าเขียวคล้ำ อกกระเพื่อมขึ้นลง น้ำเสียงสั่นเครือ “ทำไมถึงพูดจาหยาบคายแบบนี้? หานเยว่ไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของคุณหรือไง? ถ้าคำพูดนี้แพร่ออกไป คุณจะบีบให้เธอตายหรือไง?”
หวังไฉ่หงเบ้ปาก กำลังจะพูดอะไรต่อ แต่พอเงยหน้าขึ้นกลับสบเข้ากับดวงตาดุดันของต้วนหงฉี
เขามีใบหน้าสุภาพสง่างาม ผิวขาวมาก สวมแว่นกรอบทอง ดูเป็นคนอัธยาศัยดีและพูดน้อย ปกติไม่ค่อยขัดแย้งกับใครง่าย ๆ
แม้ตอนนี้สีหน้าของเขาจะไม่สู้ดีนัก แต่ก็ไม่ได้ดูแย่เท่าเฉาอวิ้น เขาจ้องเด็กสาวบนเตียงเขม็ง ก่อนพูดเสียงเย็นว่า “ตื่นแล้วก็รีบแต่งตัวออกมา”
เมื่อเงาร่างวุ่นวายถอยออกไป ห้องก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบ
ต้วนหานเยว่พยุงร่างอ่อนระโหยลุกขึ้นนั่ง กวาดตามองไปรอบห้อง ก่อนสายตาจะกลับไปหยุดอยู่ที่ผู้ชายข้างกาย
ชายหนุ่มหน้าตาดีมาก โครงหน้าคมเข้มแข็งกร้าว สันจมูกโด่ง ริมฝีปากเรียวได้รูปเม้มเข้าหากันเล็กน้อย เสียงเอะอะเมื่อครู่ไม่ได้ปลุกเขาเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ยังคงหลับตาสนิท
หลับเก่งจริง ๆ
ต้วนหานเยว่ไม่ค่อยพอใจ เธอโน้มตัวลงเล็กน้อย เอาร่างนุ่มนิ่มครึ่งหนึ่งทับลงบนตัวเขา แล้วยื่นนิ้วเรียวขาวไปจิ้มแก้มหล่อเหลา จนเกิดเป็นรอยบุ๋มเล็ก ๆ
“นี่ คุณรีบตื่นสิ!”
คิ้วเข้มเป็นทรงกระบี่ของชายหนุ่มขมวดเข้าหากัน แต่เขาไม่ยอมลืมตา นิ้วของต้วนหานเยว่ไล้ผ่านร่างกำยำ ก่อนจะหยิกเนื้อนุ่มตรงเอวเขาอย่างแรง
“นี่ คุณรีบตื่นได้แล้ว อย่านอนต่อเลย!”
ดูเหมือนการกระทำของเธอจะได้ผล เปลือกตาบางของชายหนุ่มขยับเล็กน้อย เผยให้เห็นดวงตาดำลึกล้ำราวบึงน้ำเย็นยะเยือก
ทันทีที่สายตาจับโฟกัสได้ แววตาของเขาก็พลันเข้มดุดัน พลิกตัวกดต้วนหานเยว่ไว้ใต้ร่าง ฝ่ามือหยาบร้อนบีบลำคอระหงของเธอ พลางถามเสียงเย็น “คุณเป็นคนวางยาในเหล้าผมหรือ?”
ฮั่วหมิงซานรู้จักตัวเองดี เมื่อวานเขาดื่มเหล้าไปนิดเดียว ด้วยคอเหล้าของเขา ปริมาณแค่นั้นไม่มีทางทำให้เมาจนหมดสติได้
ความเป็นไปได้เดียวก็คือในเหล้ามียา!
ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เสียการควบคุมตัวเองจนไปนอนกับผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียว
ส่วนเหตุผลที่เขาคิดว่าต้วนหานเยว่เป็นคนวางยา ฮั่วหมิงซานก็มีเหตุผลรองรับ
เรื่องลูกสาวตัวจริงตัวปลอมของตระกูลต้วนถูกเปิดเผยออกมา หญิงสาวที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมไม่อยากถูกส่งกลับไปยังภูเขาลึกที่แร้นแค้น จึงรีบร้อนหาที่พึ่งในเมือง
ส่วนเขา ผู้บังคับกองร้อยวัย 25 ปี ครอบครัวฐานะดี รูปหล่อ ทั้งยังมีอนาคตสดใส ย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของหญิงสาว
ต้วนหานเยว่ถูกบีบคออย่างไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าเล็กงดงามย่นเข้าหากัน เพียงครู่เดียว หางตาก็เริ่มแดงชื้น ขนตางอนยาวเปียกชุ่มจนจับตัวกัน
ดูเหมือนลูกแมวแสนบอบบางที่ขนเปียกฝน น่าสงสารและน่ารัก
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านจากลำคอนุ่ม ต้วนหานเยว่ดิ้นสุดแรงจนหลุดจากพันธนาการของฮั่วหมิงซาน แล้วยกมือขึ้นตบหน้าเขาฉาดหนึ่ง
เสียงตบดังชัดก้องในห้องว่างเปล่า บรรยากาศพลันแข็งค้าง
ลำคอถูกบีบจนทั้งร้อนทั้งเจ็บ ความน้อยใจและขมขื่นเอ่อล้นขึ้นมาในใจต้วนหานเยว่ พอเงยหน้าขึ้นเห็นฮั่วหมิงซานยังคงมองเธออย่างพินิจ ความน้อยใจก็ทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก
“คุณช่วยใช้เหตุผลหน่อยได้ไหม! ฉันเป็นคนปลุกคุณต่างหาก!” ต้วนหานเยว่ถลึงตาใส่เขา “อะไรนะ ฉันวางยาให้คุณ? ฉันจะวางยาให้คุณไปทำไม? คุณอายุ 25 ส่วนฉัน 19 คิดยังไงฉันก็เสียเปรียบไม่ใช่หรือไง!”
พอคิดว่าความบริสุทธิ์ของตัวเองทั้งสองชาติถูกมอบให้ผู้ชายเถื่อนตรงหน้า ต้วนหานเยว่ก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจสุด ๆ
น้ำตาเอ่อคลอจนไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความเงียบงัน แล้วตบฮั่วหมิงซานอีกฉาด
ชายหนุ่มถูกตบจนหันหน้าไปเล็กน้อย สติกลับคืนมา เขาคว้ามือของต้วนหานเยว่ที่ยังไม่ทันดึงกลับ “ทำไมตบผมอีก?”
ถึงจะไม่เจ็บ ฮั่วหมิงซานก็ยังทำหน้าขรึม กล่าวอย่างจริงจังว่า “การตีคนไม่ใช่นิสัยที่ดี”
“ถ้าคุณตบผมเพราะผมเข้าใจคุณผิดเมื่อกี้ ก็พอเข้าใจได้ แต่ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีก”
ต้วนหานเยว่ตอบรับเบา ๆ “ฉันก็ไม่ได้ชอบตบคนอยู่แล้ว”
เธอแค่ยังยอมรับไม่ได้ที่ตัวเองทะลุมิติมาเป็นคุณหนูตัวปลอมที่ถูกจับได้คาเตียง แล้วฮั่วหมิงซานยังใส่ร้ายว่าเธอวางยาเขาอีก
แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่ได้คืบจะเอาศอก ในเมื่อฮั่วหมิงซานยอมรับความผิดและขอโทษแล้ว เธอก็จะใจกว้างยกโทษให้เขาก็แล้วกัน
ต้วนหานเยว่ขยับข้อมือ พูดว่า “ปล่อยฉัน ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว”
ฮั่วหมิงซานปล่อยมือ แต่ไม่ได้ขยับไปไหน เขาใช้มือข้างหนึ่งเท้าศีรษะ สีหน้าครุ่นคิด
เมื่อครู่ตอนที่ถูกเขาซักถาม ในดวงตาของต้วนหานเยว่มีแต่ความโกรธและไม่อยากเชื่อ ไม่มีแววรู้สึกผิดแม้แต่น้อย ดูท่าเมื่อคืนเธอคงไม่รู้เรื่องจริง ๆ
คาดว่าต้วนหงฉีกับเฉาอวิ้นคงกลัวว่าความพยายามที่เลี้ยงลูกสาวคนนี้มาจะสูญเปล่า เลยวางยาเขาเพื่อให้ทั้งคู่ได้เสียกันจริง ๆ ถือโอกาสเกาะตระกูลฮั่ว
เมื่อนึกถึงต้วนหานเยว่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฮั่วหมิงซานก็อดรู้สึกสงสารเธอขึ้นมาไม่ได้
เมื่อคืนทั้งคู่ทำเรื่องอย่างว่าไปแล้ว เขาเป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบ ย่อมต้องแต่งงานกับเธอ
คิดเช่นนั้นแล้ว เขาก็ไม่ขยับ นอนอยู่บนเตียง จ้องต้วนหานเยว่ตรง ๆ
ต้องยอมรับว่าต้วนเฮ่อเซวียนพูดไม่ผิดเลยสักนิดที่บอกว่าน้องสาวของเขาสวยราวกับนางฟ้า
ต้วนหานเยว่มีใบหน้าเล็กละมุนรูปไข่ ดวงตากลมโต แก้มชมพูระเรื่อ งดงามกว่าผู้หญิงทุกคนที่ฮั่วหมิงซานเคยพบ
เอวบางนุ่มนิ่มของเธอเล็กเสียจนไม่แน่ว่าจะกว้างเท่าฝ่ามือเขาหรือเปล่า
ความวุ่นวายเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง ฮั่วหมิงซานแทบจะได้กลิ่นหอมอบอวลจากร่างของหญิงสาว
ต้วนหานเยว่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเงยหน้าขึ้น ก็เห็นชายร่างสูงใหญ่จ้องเธอไม่วางตา ใบหูจึงแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
เธอถลึงตาใส่เขาอย่างที่คิดว่าดุดัน แล้วเดินสองก้าวไปหยุดตรงหน้า พลางทำท่าทางฟึดฟัดเหมือนแมวพองขน ยกมือขึ้นจะข่วนเขา “คุณมองฉันแบบนั้นทำไม!”
คราวนี้ฮั่วหมิงซานมีประสบการณ์แล้ว จึงไม่ปล่อยให้หญิงสาวลงมือ เขาคว้าข้อมือเรียวบางของเธอไว้ ขมวดคิ้วกล่าวว่า “ตีคนอย่าตีหน้า”
ต้วนหานเยว่เถียงกลับ “ฉันไม่ได้จะตีหน้าคุณสักหน่อย! คุณเอาแต่จ้องฉันก่อนเอง!”
เวลาที่เธอโกรธ หางตาจะมีสีแดงระเรื่อ ดูเหมือนขนมบัวลอยสีขาวนวลที่แต้มจุดแดงลงไป
จู่ ๆ ฮั่วหมิงซานก็รู้สึกคอแห้งขึ้นมา
“ขอโทษ ผมเข้าใจคุณผิดเอง”
ชายหนุ่มยอมรับผิดอย่างดี ต้วนหานเยว่รู้สึกว่าตัวเองชนะขาด จึงตบแขนเขาเบา ๆ “ในเมื่อคุณขอโทษแล้ว ฉันก็ยกโทษให้ก็ได้”
จิ๊
น่ารักจริง ๆ
ต้วนหานเยว่ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ เธอยกมือขึ้นตบไหล่เขาเบา ๆ เร่งว่า “อย่านอนแช่อยู่บนเตียงอีกเลย ต้วนหงฉีกับเฉาอวิ้นยังรอเราอยู่ข้างนอก”
เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้คำขู่ ตอนพูดประโยคหลังเธอยังเน้นเสียงเป็นพิเศษ “ถ้าไม่ลุกอีก เราจะถูกจับไปถ่วงเล้าหมูแล้วนะ!”
