พอถึงเที่ยง เซี่ยหมิ่นก็เตรียมแสดงฝีมือเต็มที่
หนุ่ม ๆ ทั้งนั้น แถมยังอยู่ในวัยกำลังกิน เธอจึงทำอาหารแต่ละอย่างไว้เยอะเป็นพิเศษ
หมูตุ๋นวุ้นเส้น ไก่ตุ๋นเห็ดหอม ผัดขึ้นฉ่ายกับหมูหมักเค็ม... ทุกอย่างใส่ชามใบใหญ่ นอกจากนี้เธอยังนวดแป้ง ทำหมั่นโถวแป้งขาวไว้อีกหนึ่งเข่ง
จ้างคนมาช่วยทำงาน จะไม่ให้พวกเขากินอิ่มได้ยังไงล่ะ?
แต่มีแต่เนื้อ ไม่มีกับข้าวก็ไม่ได้ เธอเลยตั้งใจจะทำมันฝรั่งเส้นผัดเปรี้ยวเผ็ด แตงกวาทุบ และผักโขมวุ้นเส้นคลุกกระเทียมเพิ่มอีกอย่างละจาน
ต้วนหานเยว่เองก็อยู่เฉยไม่ได้ รับหน้าที่ล้างผักแล้วนั่งยอง ๆ ล้างผักโขมอยู่ในลานบ้าน
เธอทำอะไรละเอียดลออมาก ล้างทุกซอกทุกมุมของใบผักจนสะอาดเอี่ยม ล้างไปล้างมาหลายรอบ แม้แต่เซี่ยหมิ่นที่กำลังยุ่งอยู่ในครัวก็ยังทนดูไม่ไหว “พอแล้วเยว่เยว่ ล้างอีกเดี๋ยวผิวก็ถลอกหมดหรอก”
เธอมองต้วนหานเยว่พลางยิ้ม “ก่อนตายได้อาบน้ำอย่างสบายตัวแบบนี้ ผักโขมก็นับว่าเกิดมาคุ้มแล้วละ”
ต้วนหานเยว่หน้าแดงก่ำ
“เธอกับหมิงซานทะเลาะกันเหรอ?” อย่าคิดว่าเซี่ยหมิ่นกำลังวุ่นอยู่ในครัวแล้วจะไม่รู้เรื่องอะไร เธอทั้งตาดีหูไว ความเคลื่อนไหวข้างนอกแม้เพียงนิดเดียวก็ไม่พ้นสายตา
เจ้าฮั่วหมิงซานเข้า ๆ ออก ๆ ห้องโถงอยู่ตลอด ทุกครั้งสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ต้วนหานเยว่ เธอเห็นชัดแจ๋ว
“เปล่าค่ะ” ต้วนหานเยว่ส่ายหน้า
“ถ้าเปล่า เธอก็ไม่ต้องมาเกาะฉันอยู่ตรงนี้แล้ว ออกไปคุยกับหมิงซานหน่อยสิ สามีภรรยาต้องหมั่นเติมความหวานให้กันบ้าง” เซี่ยหมิ่นผลักเธอออกไป
