ชายหัวโล้นมองซูชิงอวี๋อย่างพินิจ ราวกับกำลังตัดสินว่าเธอประสาทแข็งจนไม่รู้จักกลัวตายจริง ๆ หรือแค่เสแสร้ง
ซูชิงอวี๋สบตาเขาตรง ๆ ก่อนจะทำหน้างุนงงพลางลูบแก้มตัวเอง “พี่เหล่ย มองฉันแบบนั้นทำไมคะ? มีอะไรเปื้อนหน้าฉันหรือเปล่า?”
“ไม่มี เธอคิดแบบนั้นได้ก็ดีที่สุดแล้ว เพราะคนที่หายตัวไปก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นพวกคิดมากทั้งนั้น” ชายหัวโล้นเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ แล้วลุกขึ้น “ฉันต้องไปทำงานแล้ว เธอเพิ่งมาใหม่ เริ่มงานอย่างเป็นทางการพรุ่งนี้ ตั้งใจทำงานให้ดี ไม่แน่ว่าอาจได้เกษียณเร็วขึ้น”
ซูชิงอวี๋ยิ้มตาหยีแล้วตอบรับ “ได้เลยค่ะ”
ชายหัวโล้นคงตัดสินแล้วว่าซูชิงอวี๋เป็นแค่สาวน้อยธรรมดา จึงเตือนว่า “อย่าลืมห้อยป้ายประจำตัวไว้ที่คอ จะได้ไม่ถูกรปภ.เข้าใจผิดแล้วไล่ออกไป”
ซูชิงอวี๋ให้ความร่วมมือทันที ห้อยป้ายประจำตัวกลับด้านไว้ที่คอ
เมื่อชายหัวโล้นออกไป รอยยิ้มบนใบหน้าซูชิงอวี๋ก็หายวับ เธอถอดป้ายประจำตัวจากคอ ยัดกลับเข้าไปในกระเป๋า จากนั้นล็อกประตูห้องแล้วเริ่มค้นหอพัก
คืนนั้นเวลาไม่พอ ซูชิงอวี๋ยังมีอีกหลายจุดที่ไม่ได้ค้น
ฉวยโอกาสนี้ เธอต้องหากฎของผู้ดูแลผู้ป่วยให้พบ
เธอพบเลื่อย ค้อนมุมนูนหัว และอุปกรณ์อีกหลายชิ้นที่ใช้แยกชิ้นส่วนศพได้ในตู้ของชายหัวโล้น
เธอเก็บของเหล่านั้นกลับเข้าที่เดิม
หลังจากค้นเตียงและตู้ของผู้ตาย ซูชิงอวี๋ก็พบสมุดบันทึกงานเล่มหนึ่ง
「3 เมษายน ท้องฟ้าครึ้ม」
「ปีนี้หางานยากจริง ๆ หาเรื่องเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยทำไปพลางก่อนก็แล้วกัน วันนี้เป็นวันแรกของการทำงาน ผู้สูงอายุที่นี่ดูแลยากมาก เพื่อนร่วมงานก็เข้ากันไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะเพื่อนร่วมห้องของฉัน หัวล้าน แถมยังตัวใหญ่ล่ำบึ้ก ดูอย่างกับพวกนักเลง」
