เพราะเช่นนั้น บัตรเชิญงานเต้นรำจึงถูกส่งมายังเมืองหลิงเทียนฟู่
มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในเมืองหลิงเทียนฟู่มีไม่มากนัก การสืบหาที่อยู่จึงไม่ใช่เรื่องยาก
“งานเต้นรำสินะ” ซูชิงอวี๋ครุ่นคิดอย่างลำบากใจ “ฉันเต้นไม่ค่อยเป็น”
ร่างนี้เคยเรียนเต้นตั้งแต่เด็ก ซูชิงอวี๋เองก็มีความทรงจำเหล่านั้นอยู่
แต่หลังจากบิดามารดาสายซูเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ คอร์สเรียนเสริมทั้งหลายของเธอก็หยุดลงทั้งหมด
เจ้าของร่างเดิมทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดไปกับการเรียน เพื่อเปลี่ยนสถานการณ์ที่ยากลำบาก
การเต้นรำถูกละเลยไปนานแล้ว
“ไร้ใจ เธอเต้นเป็นไหม”
ไร้ใจส่ายหน้า ตอนยังมีชีวิต เขาเคยเข้าวังและเห็นนางระบำเต้นรำ ดูราวกับผีเสื้อที่โบยบิน
“เคยเห็น”
ก็จริง ไร้ใจเคยเป็นแม่ทัพ จะมีแม่ทัพที่ไหนเต้นรำกันล่ะ
ซูชิงอวี๋เตรียมเรียกอีกสี่ตนมาด้วย
งานเต้นรำของตระกูลลั่ว ย่อมไม่ได้เชิญซูชิงอวี๋เพียงคนเดียวแน่
จะดูแคลนอำนาจของตระกูลลั่วไม่ได้ เธออยากไปเห็นกับตา
ถือโอกาสพาสัตว์เลี้ยงที่บ้านสองสามตัวออกไปเดินเล่นด้วย
ไร้ใจคุ้นเคยกับสิ่งประหลาดสยองที่ทำพันธสัญญากับซูชิงอวี๋เป็นอย่างดี ก่อนซูชิงอวี๋จะเรียกพวกเขามา เขาก็ตอบขึ้นมาก่อน “ซวงสี่เต้นไม่เป็น ส่วนไป๋หยวนเซียงถนัดแค่เต้นรำสังสรรค์ในโรงเรียน
ซีเหมินเต้นวอลต์ซเป็น ถ้าเธอไม่กลัวว่าเขาจะเผาเสื้อผ้าของเธอจนไหม้ ก็ให้เขาสอนเธอได้”
“ไว้ค่อยว่ากัน” ซูชิงอวี๋ยืดเส้นยืดสาย แล้ววางบัตรเชิญลงบนโต๊ะน้ำชาข้าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ถึงตอนนั้นฉันก็แค่ไปดูความครึกครื้น เต้นไม่เป็นก็ไม่เป็นไร อย่างมากก็ไปนั่งกินขนมเล่นอยู่ข้าง ๆ”
