สิ่งประหลาดสยองพวกนี้มาจากไหนกันแน่
เพิ่มเพื่อนได้โดยไม่ต้องให้ซูชิงอวี๋ยินยอมด้วยซ้ำ
เธอรู้สึกว่าต้องหาเวลาสักครั้ง ไล่สิ่งประหลาดสยองพวกนี้ออกจากรายชื่อเพื่อนของตัวเองให้ได้
จวงเสี่ยวเตี๋ยส่งสติกเกอร์ขอโทษมา อธิบายว่าต้องอยู่บ้านดูแลแม่ ไม่มีเวลาไปร่วมงานจริง ๆ
ลั่วจื่อเซวียนเพิ่งถูกดึงเข้ากลุ่ม ก็ส่งสติกเกอร์หน้าเอือมระอาสุด ๆ แล้วออกจากกลุ่มไปเอง
ทำเอาจูซานไห่รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
ซูชิงอวี๋ก็ปฏิเสธคำเชิญไปงานสังสรรค์นี้อย่างสุภาพเช่นกัน
ตอนนี้จวงเสี่ยวเตี๋ยพักอยู่ใกล้เธอมาก ซูชิงอวี๋จึงนำผลไม้กับนมไปเยี่ยมคุณป้าที่กำลังป่วย
พอเปิดประตูเห็นซูชิงอวี๋มาเยี่ยม จวงเสี่ยวเตี๋ยก็โผเข้ากอดเธอทันที ก่อนเอ่ยอย่างดีใจว่า “ชิงอวี๋ ฉันคิดถึงเธอจังเลย
ฉันได้ยินว่าเธอเข้าไปในดันเจี้ยน รอตั้งนานก็ไม่เห็นเธอกลับมา
ฉันเป็นห่วงว่าเธอจะเกิดเรื่องจริง ๆ”
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันกลับมาอย่างปลอดภัยแล้วนี่ไง
ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก ฉันดวงแข็งจะตาย” ซูชิงอวี๋ลูบหัวเธอเบา ๆ แล้วเห็นว่าที่คลิปผมผีเสื้อที่ติดอยู่บนเส้นผมสีเริ่มซีดจาง
จวงเสี่ยวเตี๋ยมองแม่ที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียง ก่อนถอนหายใจยาว “พ่อก็ยังไม่กลับมา ส่วนแม่ก็หมดสติอยู่ตลอด
ถ้าฉันเสียเธอไปอีกคน ฉันก็คงเหลืออยู่คนเดียว โดดเดี่ยวบนโลกนี้”
ความตายไม่น่ากลัว
สิ่งที่น่ากลัวคือการยังมีชีวิตอยู่ แล้วต้องเห็นคนที่รักและห่วงใยค่อย ๆ จากไปทีละคน
ซูชิงอวี๋วางผลไม้กับนมที่นำมาลงบนพื้น แล้วเดินไปข้างเตียงของแม่จวง
