“ให้พวกเขาเข้าพักในหอพักพนักงานหรือ?” แววตาซูชิงอวี๋หม่นลง กลุ่มบริษัทฉีหมิงซิงใหญ่โตขนาดนี้ มีเขตต้อนรับโดยเฉพาะ แต่กลับจัดคนพวกนั้นเข้าไปพักในหอพักพนักงานของนักวิจัย เห็นได้ชัดว่าจงใจหาเรื่อง
อู๋ฉิวพยักหน้า “อาจเป็นเพราะมีคนเยอะเกินไป ห้องสำหรับต้อนรับแขกไม่พอ เลยทำได้แค่จัดคนแสดงบางส่วนเข้าพักในหอพักพนักงาน”
“มีคณะการแสดงไหนบ้าง?”
“มีกลุ่มขับร้องประสานเสียงผู้สูงอายุสีชาดยามเย็น คณะละครสัตว์แอปเปิ้ลแดงที่แสดงท่ายากได้สารพัด คณะละครพูดจากเมืองอาณัติ แล้วก็การแสดงร้องรำทำเพลงของเด็ก ๆ จากสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าเฉาเซี่ยว...” อู๋ฉิวหันมามองซูชิงอวี๋ ขมวดจมูก พูดอึกอักอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยอย่างกระดากอาย “พี่ซู งานสังสรรค์ครั้งนี้คึกคักมาก แถมยังจับรางวัลอั่งเปาได้ด้วย ผมก็ได้รับบัตรเชิญเหมือนกัน... เอ่อ... ในงานมีช่วงเต้นรำด้วย พี่มีคู่เต้นหรือยังครับ? ถ้ายังไม่มี ผมอยากเชิญพี่มาเป็นคู่เต้นของผม”
“คุณช้าไปก้าวหนึ่งแล้ว” ซูชิงอวี๋ชี้นิ้วโป้งไปทางด้านหลัง ไกลไปตามทางที่เธอเพิ่งเดินมา “เมื่อกี้มีคนเชิญฉันตอนอยู่ชั้นบน”
อู๋ฉิวผิดหวังเล็กน้อย “พี่ซูนี่เป็นที่นิยมจริง ๆ ด้วย”
ส่วนซูชิงอวี๋คิดว่าเขากล้าดีเหมือนกัน ถึงกับชวนหัวหน้าเต้นรำ
ตอนแยกกันใต้หอพัก ซูชิงอวี๋ยังจำกฎได้ขึ้นใจ จึงเอาใจใส่ถามไถ่อาการของอู๋ฉิวเป็นพิเศษ แล้วย้ำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้เขานอนเร็วตื่นเช้าและกินอาหารที่มีประโยชน์
