มีเพียงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่อาจเป็นภัยเท่านั้น ถึงจะจริงจัง แย่งชิง และวางแผนทุกย่างก้าว
ต้องใส่ใจมากจริง ๆ ถึงจะเกิดความรัก ความเกลียดชัง และความหวงแหน
ทว่าสายตาที่ซูชิงอวี๋มองนาง ไม่ต่างจากมองเด็กข้างถนนทะเลาะกัน
หากเด็ก ๆ ทะเลาะกันอย่างออกรส ซูชิงอวี๋ก็คงหยิบเมล็ดแตงออกมาแทะพลางนั่งดูอยู่ข้าง ๆ
นางแค่รู้สึกว่าน่าสนุกดีเท่านั้น
เมื่อเจ้าลูกแมวน้อยขู่ฟ่อ แยกเขี้ยวแสดงท่าทีคุกคาม มนุษย์ที่เดินผ่านก็เพียงรู้สึกว่าน่ารัก ไม่มีทางเอาจริงเอาจังกับลูกแมวน้อย และยิ่งไม่กระโดดออกมาท้าประลองกับมัน
ซูชิงอวี๋มักมองการแสดงของนางด้วยท่าทีราวกับไม่เกี่ยวข้องกับตน
เหตุผลที่นางไม่เปิดโปงและไม่แย่งชิงกับอีกฝ่าย ก็เพราะไม่เคยใส่ใจลูกไม้เล็ก ๆ น้อย ๆ ของเหวินเสวี่ยฉาเลย
สิ่งประหลาดสยองปรากฏขึ้น และมันต่างหากที่เป็นต้นตอของโศกนาฏกรรมทั้งหมด
หากโลกไม่กลายเป็นเช่นนี้ ความชั่วร้ายในจิตใจก็คงไม่ถูกขยายให้ใหญ่โต ความอิจฉาริษยาและความโลภแม้จะเกิดจากใจคน แต่ในยุคสงบสุข ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย จะมีคนชั่วร้ายถึงเพียงนั้นได้อย่างไร?
ดังนั้น คู่ต่อสู้ของซูชิงอวี๋จึงมีเพียงดันเจี้ยน มีเพียงสิ่งประหลาดสยอง และมีเพียง «มัน»
“ซูชิงอวี๋ ดันเจี้ยนนี้มีตั๋วโดยสารแค่ใบเดียว ซึ่งสอดคล้องกับกฎการเคลียร์ดันเจี้ยนระดับ A
หรือว่าเธอมั่นใจว่าจะกำจัดแหล่งมลพิษในดันเจี้ยนนี้ได้?
ต่อให้เธอมีความสามารถนั้น การกำจัดแหล่งมลพิษก็ทำได้แค่พาเธอออกจากดันเจี้ยนนี้ ไม่อาจพาไปยังกลุ่มบริษัทฉีหมิงซิงได้
