ซูชิงอวี๋มองหวังเหมยวิ่งไปทางลิฟต์
ตอนนี้ยังไม่ถึงเที่ยงคืน
เหลืออีกสามนาทีจะถึงเที่ยงคืน ยังไม่นับว่าเข้าสู่วันที่สาม
คนส่งของยืนอยู่ตรงประตู ไม่ยอมไปเสียที เขาเอียงคอถามว่า “เธอไม่ไปเหรอ หรือคิดจะอยู่ต่อ?
ฉันส่งของมาหลายปีแล้ว
ฉันเจอพนักงานแนะนำสินค้ามาไม่น้อย เธอเป็นคนที่ใจเย็นที่สุดเท่าที่เคยเจอ
งานนี้เหมาะกับเธอมาก”
“ฉันจะไป” ซูชิงอวี๋เข็นรถเข็นที่บรรทุกสินค้าเข้าไปในร้านเสื้อผ้า จากนั้นก็แขวนเสื้อผ้าทั้งหมดแยกตามประเภท
ประตูห้องลองเสื้อเปิดค้างอยู่ ในความมืดมีเสียงแผ่วเบาดังมา ซูชิงอวี๋เงี่ยหูตั้งใจฟัง เป็นเสียงฝีเท้าเบา ๆ และเสียงกุกกักแผ่ว ๆ
“ลูก ลูกอยู่ที่ไหนจ๊ะ?
ทำไมแม่มองไม่เห็นลูก?”
ภายในห้องลองเสื้อกลับมีเสียงวิตกกังวลของหวังเหมยดังขึ้น ดูเหมือนเธอจะหลงทาง และกำลังโทรศัพท์ไม่หยุด
หลังจัดร้านเสื้อผ้าเรียบร้อย ซูชิงอวี๋ก็สวมเสื้อกันฝนสีดำ มองเวลาบนนาฬิกาข้อมือ แล้วออกจากร้านตรงเวลาเป๊ะ
ตอนเดินออกจากร้านเสื้อผ้า เธอได้ยินคนส่งของพูดอย่างผิดหวังว่า “ดูท่าร้านนี้คงต้องรับพนักงานแนะนำสินค้าคนใหม่อีกแล้ว”
คนส่งของลากรถเข็นไปในทิศทางตรงกันข้าม
ซูชิงอวี๋พิงราวระเบียง มองสำรวจภาพรวมของห้างสรรพสินค้า
ภายในห้างขนาดใหญ่มีแสงไฟสลัว เงียบงันราวกับไร้ชีวิต นาน ๆ ครั้งจึงจะได้ยินเสียงลมจากช่องแอร์ดังก้องไปทั่วห้างอันว่างเปล่า
