ซูชิงอวี๋ไม่ได้เลือกช่วยเขา
หลักปฏิบัติที่เธอยึดถือมาตลอดคือ หากเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น หรือได้ประโยชน์ต่อตนเองโดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เธอก็จะลงมือทำ
ส่วนเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเองแต่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เธอต้องดูสถานการณ์และดูตัวบุคคลก่อน แล้วค่อยตัดสินว่าคุ้มหรือไม่
เรื่องที่เอาเปรียบผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของตนเอง ซูชิงอวี๋จะชั่งน้ำหนักผลที่จะตามมา
แต่เรื่องที่ทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ได้ประโยชน์อะไร เธอไม่ใช่คนเลว จึงไม่สนใจ
การช่วยฉินเสียวจัดอยู่ในประเภทที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง แต่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
เพราะฉินเสียวเพิ่งรู้จักกับเธอในดันเจี้ยนนี้ ซูชิงอวี๋จึงไม่ได้คิดจะเสี่ยงชีวิตเพื่อเขา
ฉินเสียวผิดหวังอย่างยิ่ง เมื่อหัวหน้าคณะไขกุญแจ แล้วใช้ไม้เท้าค้ำเดินเข้าไป เขาก็กรีดร้องพลางชี้ออกไปข้างนอก เผยตำแหน่งของซูชิงอวี๋ออกมา
ในเมื่อเห็นคนกำลังจะตายแล้วไม่ช่วย
งั้นก็อย่าหวังว่าจะมีใครได้ดี!
“หัวหน้าคณะ! ข้างนอกมีเด็กผู้หญิงซ่อนอยู่ในพุ่มไม้! ไปจับเธอสิ! อย่าจับผม!”
หัวหน้าคณะเกาะช่องแคบ ๆ มองออกไปข้างนอก แต่ไม่เห็นเงาคน
ซูชิงอวี๋ปีนขึ้นไปซ่อนตัวบนหลังคาห้องเหล็กสังกะสีแล้ว
ไร้ใจใช้นิ้วเจาะแผ่นเหล็กบนหลังคาให้เป็นรู
ซูชิงอวี๋มองลงไปผ่านรูเล็ก ๆ เฝ้าดูสถานการณ์อย่างเงียบ ๆ
เธอเห็นฉินเสียวบิดตัวไปมาไม่หยุด
หัวหน้าคณะวางไม้เท้าลง แล้วยื่นมือทั้งสองข้างไปจับเขา
ฉินเสียวลื่นไหลราวกับปลาไหล
เดิมทีหัวหน้าคณะก็ยืนไม่มั่นคงอยู่แล้ว พอถูกเขาชนเข้า ร่างก็ล้มลงกับพื้น
ฉินเสียวฉวยโอกาสนั้น ฟาดโซ่ใส่ศีรษะหัวหน้าคณะอย่างแรง จากนั้นก็วิ่งหนีออกไปสุดชีวิต
