เหวินเสวี่ยฉาหันกลับไปมองซูชิงอวี๋ แต่ซูชิงอวี๋เดินไปไกลแล้ว
เธอมองหมีที่กำลังขอความช่วยเหลือตรงหน้า แสร้งทำเป็นไม่เห็น เหยียบข้อความขอความช่วยเหลือเต็ม ๆ แล้วหันไปเลือกสัตว์ตัวอื่นแทน
เต็นท์ของคณะละครสัตว์เปิดออก
เมฆดำครึ้มบดบังแสงแดด ท้องฟ้าเป็นสีเทาขาว
บ้านเรือนสองข้างถนนสูงตระหง่าน ประตูสูงกว่าสองเมตร ประตูใหญ่ของบ้านทุกหลังเป็นสีแดงชาด ราวกับผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็นยักษ์
ร้านค้าสองข้างทางปิดประตูหน้าต่างสนิท หน้าต่างบ้านแขวนม่านสีซีดจางไว้ มองจากด้านนอกไม่เห็นด้านใน
ซูชิงอวี๋เหมือนคนแคระที่หลงเข้าไปในแดนยักษ์
เธอจูงหมาดำเดินไปตามทางเท้า
หลังออกจากคณะละครสัตว์ หมาดำก็ไม่ยอมทำตามคำสั่ง พยายามสะบัดโซ่ให้หลุด
ซูชิงอวี๋ขู่เสียงเย็น “อย่าขยับ ไม่อย่างนั้นฉันจะให้ไร้ใจกินแก”
ไร้ใจรออยู่
ดวงตาดำมืดและดุดันแผ่ไอเย็นเยียบออกมา
ดูเหมือนเขากำลังเตรียมเริ่มมื้ออาหาร
“อา อา อา” หมาดำลุกขึ้นยืน เท้าหลังทั้งสองข้างแตะพื้น ส่วนเท้าหน้ายกขึ้นทำท่าทางให้ซูชิงอวี๋ดู
กฎข้อที่สองของคณะละครสัตว์แอปเปิ้ลแดง
“สัตว์ตัวเล็กที่นี่มีความสามารถรอบด้าน ทั้งวาดรูป ร้องเพลง และเต้นรำ
อย่าเข้าใกล้สัตว์ตัวเล็กเหล่านี้มากเกินไป พวกมันมีเชื้อโรคติดตัว การเข้าใกล้มากเกินไปอาจทำให้ถูกทำร้ายโดยไม่ตั้งใจ
สัตว์พูดไม่ได้ ยิ่งไม่มีทางขอความช่วยเหลือจากคุณ”
ไร้ใจเคยบอกว่า กฎข้อนี้ถูกมลพิษปนเปื้อนไปบางส่วน
