ภรรยาของเขาก็พูดขึ้นว่า “ใช่แล้ว ผู้เฒ่าฝู คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ หลินเสี่ยวเสี่ยวทำตัวดีต่อหน้าก็จริง ใครจะรู้ว่าข้างในเป็นปีศาจแบบไหน!”
ฝูเฉินโต้กลับอย่างไม่พอใจ “คุณลุงจ้าว คุณป้าจ้าว อย่าพูดถึงพี่เสี่ยวเสี่ยวแบบนั้นสิครับ พี่เขาเป็นคนดี!”
เฉินอันอันทำหน้าขรึมอย่างหาได้ยาก ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่ชาย “พี่พูดถูก พี่สาวเป็นคนดี!”
แม่ของเฉินอันอันนับเป็นคนที่ได้ใกล้ชิดหลินเสี่ยวเสี่ยวรองจากเด็ก ๆ กับชายชรา นางจึงช่วยพูดให้หลินเสี่ยวเสี่ยวด้วย
“พี่จ้าว พี่สะใภ้จ้าว พวกคุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันเองก็คิดว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่คนเลว”
เมื่อเห็นภรรยาพูดเช่นนั้น พ่อของเฉินอันอันก็ช่วยเกลี้ยกล่อมอีกแรง
ชายจากตระกูลจ้าวเห็นทุกคนมองเขากับภรรยาด้วยแววตาไม่เห็นด้วย จึงหลับตาลงครู่หนึ่ง แต่ก็ยังยืนกรานความคิดของตน
“ผู้เฒ่าฝู คุณก็รู้ว่าผมกับภรรยาถูกลูกอกตัญญูที่ให้กำเนิดมาเองแจ้งความ จนถูกส่งมาใช้แรงงานที่นี่”
“แม้แต่ลูกแท้ ๆ ยังหันหลังให้กันได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนนอกที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน”
“ผมเข้าใจว่าคุณไม่อยากให้วิชาการแพทย์แผนจีนขาดผู้สืบทอด แต่ผมเชื่อมาตลอดว่าเราจะได้กลับไป”
เขากัดฟันแน่น แววตาหนักแน่นขณะมองผู้เฒ่าฝู
“ผู้เฒ่าฝู เสี่ยวฝูเฉินเป็นหลานชายของคุณ ถ้าจะสอนก็สอนเขาเถอะ ถึงเขาจะเรียนช้า ผมกับภรรยาก็ช่วยดูแลได้”
“คุณวางใจเถอะ ผมกับภรรยาจะช่วยแบ่งเบางานให้มากขึ้น คอยดูแลคุณให้ดี เราจะต้องผ่านมันไปได้แน่!”
“แต่ผมไม่เห็นด้วยเด็ดขาดที่คุณจะรับหลินเสี่ยวเสี่ยวเป็นศิษย์!”
เขาไม่กล้าสบตาผู้เฒ่าฝู หลังถูกส่งมาใช้แรงงาน เขาไม่มียา ไม่มีมีดผ่าตัดหรือเครื่องมือแพทย์ต่าง ๆ ความรู้แพทย์แผนตะวันตกที่มีอยู่เต็มตัวจึงแทบไม่ได้ใช้ประโยชน์
หลายครั้งที่เขากับภรรยาป่วยหนัก ก็ได้ผู้เฒ่าฝูพาหลานชายเสี่ยงอันตรายลอบขึ้นต้าชิงซานไปเก็บสมุนไพรจนช่วยชีวิตพวกเขาไว้
นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้เฒ่าฝูเอ่ยปากถึงเรื่องที่อยากทำ แต่เขาถูกโลกอันเย็นชานี้ทำร้ายจนหวาดกลัว ไม่กล้าเสี่ยงเดิมพัน
