หลังจากวันนั้นหลิวม่านก็ไม่เคยมาที่บ้านของหลินเสี่ยวเสี่ยวอีกเลย
เธอยังออกเงินสร้างบ้านดินหลังเล็กแยกต่างหาก แล้วย้ายออกไป ไม่อยู่กับหลี่หยวนหยวนอีก
ปกติเวลาเจอกันโดยบังเอิญ เธอก็หันหน้าหนี ไม่แม้แต่จะชายตามองหลินเสี่ยวเสี่ยวกับหลี่หยวนหยวน
ทำราวกับว่าหลินเสี่ยวเสี่ยวกับหลี่หยวนหยวนทำเรื่องผิดต่อเธออย่างนั้นแหละ
หลินเสี่ยวเสี่ยวกับหลี่หยวนหยวนต่างพูดไม่ออก ได้แต่ทำเหมือนเธอเป็นอากาศ ไม่สนใจอีกฝ่าย
เป็นอย่างที่หลินเสี่ยวเสี่ยวคาดไว้ หลังจากทะเลาะกับหลิวม่านจนแตกหักได้ 5 วัน เฉาเจี้ยนกั๋วก็กลับมา
หลินพั่นตี้นึกว่าเฉาเจี้ยนกั๋วกลับมารับเธอไปอยู่กับกองทัพ จึงดีใจจนออกไปต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
“พี่เจี้ยนกั๋ว ทำไมจู่ ๆ ถึงกลับมาล่ะ? ได้โควตาไปอยู่กับกองทัพแล้วใช่ไหม? กลับมารับฉันโดยเฉพาะเลยหรือเปล่า!”
แต่เฉาเจี้ยนกั๋วกลับสะบัดมือที่เธอเอื้อมมาคล้องแขนเขาออกอย่างเย็นชา
หลินพั่นตี้ชะงักไป
ถึงเพิ่งสังเกตว่าเฉาเจี้ยนกั๋วทั้งตัวราวกับถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศมืดมน
หนวดเคราบนใบหน้าก็ไม่ได้โกนมาหลายวันแล้ว ผมยาวจนปรกตา ดูเหมือนคนเร่ร่อนที่ซึมเศร้าหม่นหมอง
หลินพั่นตี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“พี่เจี้ยนกั๋ว หรือว่าโควตาไปอยู่กับกองทัพมีปัญหาอะไร?”
เฉาเจี้ยนกั๋วมองหลินพั่นตี้ด้วยแววตาเย็นชา ไม่เห็นความห่วงใยที่เธอมีต่อเขาเลยสักนิด มีแต่ความกังวลว่าตัวเองจะได้ไปอยู่กับกองทัพหรือไม่!
มุมปากเขากระตุกเป็นรอยยิ้มอำมหิต จู่ ๆ ก็ยกมือขึ้นโดยไม่ให้ตั้งตัว
“เพี๊ยะ!”
ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าหลินพั่นตี้อย่างแรงจนหน้าหันไปอีกทาง!
หลินพั่นตี้ที่ถูกตบจนมึนงงยังไม่ทันได้สติ เสียงด่าทอที่เต็มไปด้วยความอัปยศอดสูของเขาก็กระแทกใส่เธอ
