เมื่อมีคำให้การของเจี่ยซิน ตำรวจก็ส่งคนไปสืบที่บ้านเกิดและสถานที่ที่เธอถูกส่งไปทันที
ขณะเดียวกัน พวกเขาก็สอบปากคำเจี่ยหมิงจู จนได้ความว่าเธอจ่ายเงินจ้างพวกอันธพาลไปจัดการเจี่ยซิน และยังจับกุมอันธพาลกลุ่มนั้นได้จากคำให้การของเจี่ยหมิงจู ทั้งเจี่ยหมิงจูและพวกอันธพาลต่างได้รับโทษตามสมควร
คดีนี้กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยทั่วประเทศพากันตรวจสอบประวัตินักศึกษาอีกครั้งทันที
หากไม่ตรวจคงไม่เป็นไร แต่พอตรวจแล้วก็พบคนที่สวมรอยใช้ตัวตนของผู้อื่นเข้าเรียนมหาวิทยาลัยจริง ๆ
เรื่องนี้ส่งผลกระทบอย่างมาก ถึงขั้นมีนักศึกษารวมตัวกันจัดกิจกรรมเรียกร้องความเป็นธรรมให้ผู้ที่ถูกสวมรอยเข้าเรียนด้วยความสมัครใจ
มหาวิทยาลัยเมืองหลวงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเช่นกัน จึงตรวจสอบประวัตินักศึกษาทุกคนอย่างละเอียด
ทางมหาวิทยาลัยยังคงสถานภาพนักศึกษาของเจี่ยซินไว้ รอให้เธอพักฟื้นจนหายดีแล้วจึงเข้าเรียนพร้อมนักศึกษาใหม่รุ่นถัดไปได้
หลินเสี่ยวเสี่ยวขอให้ตำรวจช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับ อย่าบอกใครว่าเธอเป็นคนสงสัยก่อนและเสนอให้ตำรวจสืบสวนเจี่ยหมิงจู
ไม่ใช่ว่าหลินเสี่ยวเสี่ยวกลัวอะไร เพียงแต่เธอคิดว่าความสนใจควรตกอยู่กับเหยื่ออย่างเจี่ยซินมากกว่า เธอไม่อยากแย่งกระแส
แม้คนภายนอกจะไม่รู้ แต่เจี่ยซินรู้เรื่องนี้ดี
พออาการดีขึ้นจนลุกจากเตียงได้ เจี่ยซินก็อยากไปหาหลินเสี่ยวเสี่ยวเพื่อคุกเข่าขอบคุณ
หลินเสี่ยวเสี่ยวไม่มีทางยอมให้เธอทำอย่างนั้น จึงบอกเพียงว่าตัวเองแค่พูดถึงข้อสงสัยของตน ต่อให้รอจนเจี่ยซินฟื้นขึ้นมา เรื่องก็ต้องถูกสืบจนกระจ่างอยู่ดี เธอไม่ได้มีความดีความชอบมากมายขนาดนั้น
