พูดจบ หลินติ้งหนานก็พาคนคุมตัวสมาชิกตระกูลหลินและพ่อลูกหลินเจินเจินไปยังสถานีตำรวจของคอมมูน
คุณย่ากับหวังน้อยผู้ติดตามยังอยู่ที่เดิม หญิงชรามองลูกชาย อ้าปากอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่รู้จะพูดอะไร
หลินเสี่ยวเสี่ยวเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนว่า “พ่อคะ หนูหิวแล้ว เรากลับบ้านไปกินข้าวกันก่อนดีไหมคะ?”
จากนั้นเธอก็หันไปเชื้อเชิญหญิงชราอย่างเป็นธรรมชาติ “คุณย่าเดินทางมาตั้งไกล คงยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหมคะ ถ้าไม่รังเกียจ กลับไปกินอะไรกับพวกเราสักหน่อยไหมคะ?”
หญิงชราตอบรับอย่างยินดีทันที “ได้สิ! จะรังเกียจได้ยังไง! ขอแค่พวกเธอไม่รังเกียจคนแก่อย่างฉันก็พอแล้ว!”
ทั้งครอบครัวพาหญิงชรากับหวังน้อยกลับไปด้วย ทิ้งให้คนในหมู่บ้านชิงซานยืนพูดคุยกันเซ็งแซ่
ด้านหลังฝูงชน หลินพั่นตี้กุมท้อง สีหน้าซับซ้อนอย่างยิ่ง
ถ้าจะบอกว่าเธอเป็นห่วงตระกูลหลินนั้นไม่มีทางเป็นไปได้เลย
ตั้งแต่เล็กจนโต แม้หลินต้าซู่จะมองเธอเป็นหลานสาว แต่ก็ไม่ได้ดีกับเธอสักเท่าไร
นอกจากเวลาที่เธอแย่งไข่ไก่หรือขนมกับหลินเสี่ยวเสี่ยว แล้วหลินต้าซู่จะเข้าข้างเธอ เธอก็ใช้ชีวิตได้แย่กว่าหลินเสี่ยวเสี่ยวที่ยังมีพ่อแม่คอยปกป้องเสียอีก
สมาชิกตระกูลหลินถูกจับไป หลินพั่นตี้ไม่เพียงไม่เป็นห่วง ในใจยังรู้สึกสะใจอย่างประหลาดด้วยซ้ำ
พอเห็นหลินเจินเจินที่เคยใส่ร้ายเธออยู่ในสภาพตกอับ หลินพั่นตี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าหายแค้น
มีเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้เธออิจฉาจนตาร้อน คือหลินเสี่ยวเสี่ยวมีคุณย่าที่ดูทรงอำนาจขนาดนั้น
เมื่อคิดทบทวน เธอก็มีข้อสงสัยขึ้นมามากมาย
ทำไมหลินเสี่ยวเสี่ยวในชาตินี้ถึงเปลี่ยนไปมากมาย ทั้งที่แค่แต่งงานกับลู่เย่เท่านั้น?
จู่ ๆ ความสงสัยที่ทั้งทำให้ตกใจและหวาดกลัวก็ผุดขึ้นในหัวหลินพั่นตี้
“หรือว่าหลินเสี่ยวเสี่ยวก็เกิดใหม่เหมือนกัน?”
สีหน้าหลินพั่นตี้ดูย่ำแย่ หากข้อสันนิษฐานนี้เป็นจริง ความภาคภูมิใจที่เธอคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นหญิงผู้ถูกสวรรค์เลือกเพราะได้เกิดใหม่ คงกลายเป็นเรื่องน่าขันไปแล้ว!
