หลินเสี่ยวเสี่ยวเอ่ยถึงความกังวลของตัวเอง
“พ่อคะ หนูว่าหลินต้าซู่ต้องบิดเบือนความจริง แล้วปล่อยข่าวใส่ร้ายพ่อแน่ ๆ!”
“ถึงหนูจะเล่าต้นสายปลายเหตุออกไป คนที่มีเหตุผลย่อมแยกแยะถูกผิดได้เอง”
“แต่ช่วงนี้หนูทำให้พวกคนใจแคบหลายคนไม่พอใจ เพราะออกข้อสอบโดยไม่รับของกำนัล แล้วในหมู่บ้านก็มีผู้ใหญ่ที่ไม่เลี้ยงดูลูกให้ดี แต่กลับหวังให้ลูกตอบแทนอยู่เต็มไปหมด”
“ถึงตอนนั้นคงมีคนพูดจาแย่ ๆ กล่าวโทษหนูกับพ่ออีกไม่น้อย”
หลินเจี้ยนหลินเองก็จำได้ว่าก่อนจากไป หลินต้าซู่ขู่เอาไว้ เขาจึงเห็นด้วยว่าลูกสาวพูดมีเหตุผล
แต่เขากลับโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไร เสี่ยวเสี่ยว ไม่ต้องห่วงพ่อ!”
“ถ้าเป็นเมื่อก่อน พ่ออาจเสียใจที่ญาติแท้ ๆ ทำกับพ่อแบบนี้ แต่ตอนนี้พ่อรู้แล้วว่าพวกเขาไม่ใช่ญาติแท้ ๆ พ่อก็ไม่สนใจอีกแล้ว”
หลินเสี่ยวเสี่ยวมองท่าทีผ่อนคลายและปล่อยวางของหลินเจี้ยนหลิน ก่อนยิ้มอย่างโล่งใจ
“พ่อคิดแบบนี้ได้ก็ดีแล้วค่ะ!”
เมื่อแน่ใจว่าหลินเจี้ยนหลินจะไม่เสียใจ หลินเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่เก็บคำขู่ของหลินต้าซู่มาใส่ใจอีก
บ้านตระกูลหลินก็เริ่มก่อเรื่องตามที่หลินเสี่ยวเสี่ยวคาดไว้
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น สองสามีภรรยาหลินต้าซู่ให้ลูกชายทั้งสองคนลางานอย่างเอิกเกริก
ครอบครัวของหลินเหล่าต้ากับหลินเหล่าซานพอเจอใครก็เล่าว่าสองสามีภรรยาถูกหลินเจี้ยนหลินกับหลินเสี่ยวเสี่ยวทำให้โกรธจนล้มหมอนนอนเสื่อ ลุกไม่ขึ้น
พอมีคนถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พวกเขาก็พูดจาใส่ร้ายป้ายสีไปเรื่อยว่า
สองสามีภรรยาอยากให้หลินเสี่ยวเสี่ยวช่วยติวลูกชายของหลินเหล่าซาน แต่หลินเสี่ยวเสี่ยวไม่เพียงไม่ยอมช่วย ยังบอกว่าต่อไปเธอจะเป็นครูที่รับเงินเดือน ไม่อยากนับญาติชาวนาจน ๆ อย่างพวกเขาอีก
