เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ปลายจมูกของหลินเสี่ยวเสี่ยวก็ได้กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ
ขนตาของเธอสั่นไหว ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก
เพดานสีขาวสะอาดตาวูบผ่านสายตาไป ครู่ต่อมา ศีรษะโต ๆ ของลู่เย่ก็โผล่มาบดบังทัศนวิสัย
“ที่รัก! ฟื้นแล้วเหรอ!”
“เป็นยังไงบ้าง? ตรงไหนไม่สบายหรือเปล่า? รอก่อนนะ ผมจะไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้!”
หลินเสี่ยวเสี่ยวรีบยกมือคว้าเขาไว้ เสียงของเธอแหบพร่าและอ่อนหวานอย่างคนเพิ่งตื่น
“ฉันไม่เป็นไร อาเย่ ฉันคอแห้ง อยากดื่มน้ำ”
ลู่เย่รีบหยิบกระติกน้ำร้อนข้างเตียงมาเทน้ำใส่แก้ว เป่าให้คลายร้อนอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยประคองหลินเสี่ยวเสี่ยวขึ้น ก่อนยกแก้วจ่อริมฝีปากให้เธอดื่ม
หลังดื่มน้ำ หลินเสี่ยวเสี่ยวก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก
เธอมองสำรวจสภาพของลู่เย่
เขาสวมชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาล แขนขวาเข้าเฝือกและคล้องไว้ ใบหน้ามีตอหนวดเขียวครึ้ม ดวงตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย ดูไม่หล่อเอาเสียเลย
เมื่อนึกถึงเรื่องที่จู่ ๆ ตัวเองก็เป็นลมไป หลินเสี่ยวเสี่ยวไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว เธอจึงนวดขมับแล้วถามว่า
“อาเย่ ตอนนี้กี่โมงแล้ว?”
ลู่เย่ประคองเธออย่างทะนุถนอมราวกับกำลังดูแลเครื่องเคลือบที่แตกง่าย ก่อนสอดหมอนรองหลังให้
“บ่ายสามโมง วันที่ 29 กันยายนแล้ว ที่รักหลับไปเกือบวันกับคืน ทำเอาผมตกใจแทบตาย!”
แต่สิ่งที่หลินเสี่ยวเสี่ยวสนใจกลับเป็นเรื่องอื่น
“หา? งั้นก็เลยวันเกิดคุณไปแล้วน่ะสิ! ของขวัญวันเกิดกับเซอร์ไพรส์ที่ฉันเตรียมไว้ยังไม่ได้ให้คุณเลย!”
