แต่เพียงชั่วพริบตา ความสับสนในดวงตาของหลินพั่นตี้ก็เลือนหายไป
เธอไม่ได้ผิด คนที่ผิดคือหลินเสี่ยวเสี่ยว ลู่เย่ และเฉาเจี้ยนกั๋วที่ไม่รู้จักถนอมผู้หญิงแสนดีอย่างเธอ!
แววตาของหลินพั่นตี้กลับมาแน่วแน่อีกครั้ง เมื่อเห็นท่าทีของเฉาเจี้ยนกั๋วที่ไม่เห็นเธออยู่ในสายตาเลย
หลินพั่นตี้พลันหัวเราะเสียงดัง บาดแผลบนใบหน้าทำให้รอยยิ้มของเธอดูน่ากลัวอยู่บ้าง
เฉาเจี้ยนกั๋วรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที น้ำเสียงแฝงความหวั่นใจเล็กน้อย “หลินพั่นตี้ อย่ามาแกล้งบ้า! อย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะไม่ไล่เธอไป!”
หลินพั่นตี้หยุดหัวเราะ จ้องเฉาเจี้ยนกั๋วเขม็ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบอย่างกะทันหันว่า
“ได้สิ ฉันกลับตระกูลหลินก็ได้”
เฉาเจี้ยนกั๋วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นถือดีตามปกติ เขาแค่นเสียง “นับว่ายังรู้จักคิด!”
มุมปากของหลินพั่นตี้ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา
“แต่เฉาเจี้ยนกั๋ว พอฉันกลับตระกูลหลินแล้ว ก็ไม่ใช่คนบ้านตระกูลเฉาอีกต่อไป เรื่องห้องใต้ดินของบ้านตระกูลเฉา ฉันก็ไม่จำเป็นต้องร่วมมือปกปิดกับพวกคุณแล้ว”
“ไม่รู้ว่าถ้าฉันซึ่งเป็นสะใภ้บ้านตระกูลเฉาที่ชุมชนธงแดงยอมรับ ไปให้การแล้ว นังผู้หญิงในค่ายทหารของคุณจะยังช่วยปกป้องคุณได้อยู่ไหม!”
เมื่อเห็นในที่สุดสีหน้าของเฉาเจี้ยนกั๋วก็เปลี่ยนเป็นลนลาน หลินพั่นตี้ก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก เธอจ้องตาเขาเขม็ง
“อ้อ เฉาเจี้ยนกั๋ว ผู้หญิงเจ้าชู้ในค่ายทหารของคุณรู้ไหมว่าฉันมีตัวตนอยู่? ถ้าฉันไปก่อเรื่องถึงค่ายทหาร คุณไม่กลัวจริง ๆ เหรอ?”
หลินพั่นตี้เห็นแววรู้สึกผิดวาบผ่านใบหน้าของเฉาเจี้ยนกั๋วตามที่หวังไว้ เธอแค่นเสียงเย็นชาแล้วหันหลังเดินออกไปทันที
เฉาเจี้ยนกั๋วร้อนรน ตวาดเสียงดัง “หยุดนะ! เธอจะไปไหน!”
หลินพั่นตี้หัวเราะเยาะ แต่ฝีเท้าไม่หยุดลง
แม่ของเฉากับเฉียวต้าจู้ที่นั่งดูเรื่องสนุกมาตลอดเห็นดังนั้น ในที่สุดก็ทนอยู่เฉยไม่ไหว ต่างพากันขึ้นไปขวางหลินพั่นตี้
