พอเห็นพ่อลูกคู่นั้น ใบหน้าที่กำลังยิ้มแย้มของครอบครัวหลินเสี่ยวเสี่ยวก็พลันเคร่งขรึมลง สีหน้าของทุกคนดูไม่สู้ดีนัก
หลินเสี่ยวเสี่ยวมองเนี่ยนเนี่ยนเป็นคนแรก เด็กน้อยยังไม่ทันเข้าประตูก็ถูกหลินเจิ้งสงอุ้มขึ้นมากอดอย่างเอ็นดูแล้ว เธอจึงกางแขนออก
“เนี่ยนเนี่ยน ให้แม่อุ้มดีไหม?”
เนี่ยนเนี่ยนดีใจแทบแย่ ปกติพ่อไม่ค่อยยอมให้แม่อุ้มพวกเธอ บอกว่าพวกเธอตัวหนัก เดี๋ยวแม่จะเหนื่อย
พอแม่เป็นฝ่ายขออุ้มเอง เด็กน้อยก็กระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น
“แม่อุ้ม! หนูอยากให้แม่อุ้ม!”
หลินเสี่ยวเสี่ยวจึงก้าวเข้าไปรับเนี่ยนเนี่ยนมา แล้วถอยกลับมายืนข้างลู่เย่ที่อุ้มเอินเอินอยู่
หญิงชรามองหลินเสี่ยวเสี่ยวอย่างชื่นชม สมกับเป็นหลานสาวคนเล็กที่รู้ใจกันที่สุด พอเนี่ยนเนี่ยนถูกอุ้มไปแล้ว นางก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีก
หญิงชราเงื้อไม้เท้าฟาดแขนหลินเจิ้งสงอย่างไม่เกรงใจ พลางด่าไปด้วย
“แกตาแก่ใกล้ลงโลงนี่คิดจะทำอะไร? ฉันพาลูกชายแท้ ๆ กลับมาฉลองปีใหม่ แกกลับพาใครต่อใครที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาสร้างความอึดอัดให้ถึงบ้าน!”
หลินเจิ้งสงกำลังมองเนี่ยนเนี่ยนที่ถูกอุ้มไปอย่างอาลัยอาวรณ์ จึงไม่ทันได้ตั้งตัว ถูกไม้เท้าฟาดเข้าเต็ม ๆ
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับคำตำหนิของภรรยา เขากลับหลบสายตาอย่างรู้สึกผิด
“คุณนาย ผมจะจงใจเรียกพวกเขากลับมาสร้างความอึดอัดได้ยังไง คุณเข้าใจผิดแล้ว!”
“ติ้งเจียได้รับบาดเจ็บอยู่ที่นั่น สภาพการรักษาพยาบาลก็ไม่ดี ผมแค่ให้พวกเขากลับเมืองหลวงมาพักรักษาตัว แล้วก็ฉลองปีใหม่พร้อมหน้ากันเท่านั้น”
เขามองหลินเจี้ยนหลินอย่างรู้สึกผิดแวบหนึ่ง แต่เมื่อนึกถึงลูกบุญธรรมที่เกือบตายในภาคตะวันตกเฉียงเหนืออันไกลโพ้น ก็ยังช่วยพูดแทนหลินติ้งเจีย
“เจี้ยนหลินกับติ้งเจียต่างก็เป็นผู้เสียหาย จะว่าผิดก็ผิดที่สองสามีภรรยาหลินต้าซู่มีจิตใจไม่บริสุทธิ์!”
