หลังพูดจบ ลู่เย่ก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของทุกคน เขาตวัดสายตาเย็นชาเตือนหลินพั่นตี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเดินจากไปทันที
คำพูดเหล่านั้นของลู่เย่มาจากใจ เขาไม่คิดว่าตัวเองทำเรื่องยิ่งใหญ่อะไร
ถึงขั้นกลัวว่าเรื่องนี้จะกระทบอารมณ์ของหลินเสี่ยวเสี่ยว พอกลับถึงบ้าน ลู่เย่ก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้เอ่ยปากขอความดีความชอบจากหลินเสี่ยวเสี่ยวเลยสักนิด
หลินเสี่ยวเสี่ยวรู้เรื่องที่ลู่เย่พูดปกป้องภรรยา ก็เพราะเรื่องนี้แพร่ไปทั่วหมู่บ้านชิงซาน หลี่หยวนหยวนกับหลิวม่านได้ยินเข้า จึงมาเล่าให้เธอฟัง
หัวใจของหลินเสี่ยวเสี่ยวอบอุ่นขึ้นมา หลังส่งหลี่หยวนหยวนกับหลิวม่านกลับไป เธอก็ประคองใบหน้าหล่อเหลาของลู่เย่ แล้วเขย่งปลายเท้าจุ๊บเขารัว ๆ หลายครั้ง
“อาเย่ ฉันรักคุณมากขึ้นทุกวันเลย! ชาตินี้ได้แต่งกับคุณนี่ดีจริง ๆ!”
ลู่เย่ถูกเธอจุ๊บจนรอยยิ้มเปี่ยมสุขแต้มอยู่ทั้งดวงตา เขาประคองเอวเธอไว้อย่างระมัดระวัง ไม่ให้เธอต้องเขย่งจนเหนื่อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและอ่อนโยน
“เมียจ๋า ผมก็รักคุณ!”
หลังผ่านเรื่องนี้ ชื่อเสียงเรื่องรักและตามใจภรรยาของลู่เย่ก็แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านชิงซานอย่างแท้จริง
สาว ๆ และหญิงสาวที่แต่งงานแล้วต่างอิจฉาหลินเสี่ยวเสี่ยวจนแทบทนไม่ไหว ผู้ชายในบ้านของหลายคนถูกภรรยาต่อว่าเสียยกใหญ่
สิ่งที่ทำให้หลินเสี่ยวเสี่ยวประหลาดใจยิ่งกว่าคือ หญิงหลายบ้านในหมู่บ้านที่มีแต่ลูกสาวต่างก็เชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจขึ้นมา
เมื่อบ้านสามีหรือสามีตำหนิว่าพวกเธอให้กำเนิดลูกชายไม่ได้ พวกเธอก็ยกลู่เย่มาเป็นตัวอย่าง
จากนั้นก็สวนกลับว่าสามีของตัวเองหาเงินเลี้ยงครอบครัวเก่งไม่เท่าลู่เย่ แถมความคิดความอ่านก็ยังสู้เขาไม่ได้อีก
