หลินเสี่ยวเสี่ยวลูบรูปถ่ายของตัวเองในกระเป๋า พลางคิดว่า แทนที่จะฝากเฉินเหล่าซานเอาไปให้ท่านผู้การหลินผู้ไม่ใส่ใจเรื่องนี้ สู้มอบให้คุณยายที่เฝ้าคิดถึงพ่อโดยตรงเสียยังดีกว่า
เธอจึงหยิบรูปถ่ายของตัวเองออกมา
“ตอนนี้มีแค่รูปของฉันค่ะ พ่อไม่มีรูปถ่ายเลย แบบนี้ได้ไหมคะ?”
เฉินเป่ากั๋วรับรูปไป “ได้อยู่หรอก แต่ฉันต้องไปพบพ่อของคุณก่อน”
หลินเสี่ยวเสี่ยวครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าตกลง
คิดว่าเรื่องส่งของให้เฉินเหล่าซานช้าไปสักวันคงไม่เป็นไร อย่างมากก็แค่ส่งให้เขาเพิ่มอีกหน่อย
หลินเสี่ยวเสี่ยวจึงพูดว่า
“ได้ค่ะ แต่ฉันอยากให้คุณเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไว้ก่อน จนกว่าคนจากตระกูลหลินแห่งเมืองหลวงจะมา ถ้าเกิดมีเรื่องเข้าใจผิดขึ้นมา พ่อฉันจะอยู่กับครอบครัวปัจจุบันได้ลำบากค่ะ”
“เดี๋ยวฉันจะไปดูโรงเรียนกับคุณก่อน ตอนเย็นฉันจะอ้างว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงาน แล้วเชิญคุณไปกินข้าวที่บ้าน จากนั้นค่อยเรียกพ่อกับแม่มาพบคุณค่ะ”
แต่เหตุผลที่แท้จริงคือเธอกลัวว่าตระกูลหลินกับครอบครัวของหลินเจินเจินจะคอยขัดขวาง ทว่าหลินเสี่ยวเสี่ยวไม่คิดจะบอกเฉินเป่ากั๋วว่าครอบครัวของเธอรู้ชาติกำเนิดของตัวเองกันแล้ว
เฉินเป่ากั๋วไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเข้าใจความกังวลของหลินเสี่ยวเสี่ยว จึงพยักหน้าตกลง
หลินเสี่ยวเสี่ยวพาเฉินเป่ากั๋วกลับไปยังหมู่บ้านชิงซานทันที
เธอตั้งใจไปหาเลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้านคนเก่ากับหัวหน้ากองพล เพื่อบอกให้ทั้งคู่รู้ว่าเฉินเป่ากั๋วเป็นครูใหญ่ แล้วเชิญให้ไปเดินชมโรงเรียนด้วยกัน
โรงเรียนแห่งใหม่มีอาคารพร้อมใช้อยู่แล้ว เลขาธิการคอมมูนจึงรับคนในละแวกนั้นเข้ามาทำงาน ตอนนี้ชายฉกรรจ์บางส่วนในหมู่บ้านชิงซานกำลังสร้างกำแพงกับสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานสำหรับการเรียนการสอน
