ลู่เย่หูดีมาก แม้จะอยู่ไกล เขาก็ได้ยินคำพูดเกี้ยวพาราสีของชายหนุ่มคนนั้นชัดเจนทุกคำ
ใบหน้าเขาดำคล้ำ รีบก้าวขายาว ๆ วิ่งเข้าไป ตั้งใจจะประกาศความเป็นเจ้าของให้ชัดเจนเสียหน่อย
แต่ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ ก็ได้ยินหลินเสี่ยวเสี่ยวตอบกลับด้วยรอยยิ้มหวานหยด
“จริงเหรอคะ? เพื่อนนักเรียน คุณเป็นคนดีจริง ๆ! พอสามีฉันมาแล้ว ฉันจะให้เขาขอบคุณคุณดี ๆ เลยค่ะ!”
ใบหน้าของลู่เย่พลันหายคล้ำ ใจก็สงบลง เขาหยุดเดิน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนเดินเข้าไปอย่างสบายใจพร้อมรอยยิ้มตรงมุมปาก
ลู่เย่ยื่นน้ำอัดลมให้หลินเสี่ยวเสี่ยว แสร้งถามด้วยความสงสัยว่า
“ภรรยา จะให้ฉันขอบคุณใครเหรอ?”
หลินเสี่ยวเสี่ยวกลอกตาในใจ ตั้งแต่ไกลเธอก็เห็นลู่เย่วิ่งมาแล้ว ตอนนี้ยังจะมาแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอีก
แต่ต่อหน้าคนนอก หลินเสี่ยวเสี่ยวก็ย่อมไว้หน้าสามี เธอยิ้มพลางผายมือไปทางหลิวโปที่ยืนนิ่งเป็นไก่ตาแตกอยู่ด้านข้าง
“เพื่อนหลิวคนนี้จะพาพวกเราไปชมมหาวิทยาลัยน่ะ ฉันคิดว่านักศึกษามหาวิทยาลัยเมืองหลวงของเราช่างมีน้ำใจและเป็นมิตรจริง ๆ ต้องให้คุณขอบคุณเขาดี ๆ แล้วล่ะ!”
ลู่เย่มองหลิวโปด้วยแววตายังไม่เป็นมิตรนัก
“งั้นก็ต้องขอบคุณเพื่อนนักเรียนคนนี้จริง ๆ แต่ผมหาข้อมูลเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว พาภรรยาผมชมมหาวิทยาลัยได้เอง ไม่ต้องรบกวนเพื่อนหลิวหรอกครับ”
หลิวโปได้สติ มองลู่เย่ที่สูงกว่าตัวเองเกือบหนึ่งช่วงศีรษะ ก่อนกลืนน้ำลายและถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว
เขายิ้มเจื่อน ๆ
“อ่า... อย่างนี้นี่เอง งั้น... ผมไม่รบกวนแล้วครับ”
“เพื่อนนักเรียน ผมมีธุระนิดหน่อย ขอตัวก่อนนะครับ!”
พูดจบ หลิวโปก็เผ่นหนีไปอย่างกับทาน้ำมันไว้ใต้ฝ่าเท้า
