บทที่ 185 หลินเสี่ยวเสี่ยวไม่เอาการเอางานหรือ?
เมื่อเห็นสายตาของทุกคนจับจ้องมาที่ตนอย่างไม่วอกแวก มุมปากของสือปั้นเซี่ยก็โค้งขึ้นเล็กน้อย ก่อนพูดต่อว่า
“พ่อของฉันชื่อสือชวนไป๋ ตอนนี้เป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหาร! ทั้งพี่ชายและแม่ของฉันก็ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล พี่ชายเป็นหัวหน้าแผนกประสาทวิทยา ส่วนแม่เป็นหัวหน้าแผนกสูตินรีเวช!”
“ฉันสอบได้คะแนนสูงสุดสายศิลป์ของเมืองหลวงในปีนี้ สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ 375 คะแนน”
“เพื่อนนักศึกษา พูดมาตั้งนานแล้ว ตกลงชื่ออะไรหรือ?”
หลินเสี่ยวเสี่ยวเกือบคิดว่าตัวเองเผลอพูดความในใจออกมาเสียแล้ว
เธอหันไปทางต้นเสียง แล้วพบว่าเป็นคนรู้จักเสียด้วย ที่แท้ก็คือหลิวโป เพื่อนนักศึกษาที่เข้ามาทักเธอเมื่อวาน
จะว่าไป หลินเสี่ยวเสี่ยวอยากยกนิ้วโป้งให้เขาจริง ๆ หมอนี่ใจกล้าบ้าบิ่นสุด ๆ!
คำถามของหลิวโปทำให้คนไม่น้อยที่ไม่ได้ถูกประวัติภูมิหลังของสือปั้นเซี่ยข่มขวัญพากันหัวเราะครืน
หลังกลับมาจัดการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง คนที่สอบติดมหาวิทยาลัยได้ในรุ่นแรก และยังสอบติดมหาวิทยาลัยเมืองหลวงด้วย ไม่ใช่คนมีพรสวรรค์โดดเด่น ก็ต้องมีเส้นสายทางบ้านแข็งแกร่งจนรู้ข่าวล่วงหน้าและเตรียมตัวก่อนใคร
ภูมิหลังของสือปั้นเซี่ยไม่ได้อยู่ในสายตาของทุกคนจริง ๆ
ใบหูของสือปั้นเซี่ยร้อนผ่าว เธอถลึงตาใส่หลิวโปอย่างดุดัน
“ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าฉันสอบได้คะแนนสูงสุดของเมืองหลวง? นายไม่อ่านหนังสือพิมพ์หรือไง ถึงไม่รู้จักฉัน!”
หลิวโปยักไหล่
“เพื่อนนักศึกษา ฉันเป็นคนเตี้ยนหนาน เพิ่งมาจากบ้านเกิดถึงเมืองหลวง หนังสือพิมพ์ฉบับที่ลงข่าวเธอออกมาตั้งแต่เมื่อไรแล้ว ฉันจะไปรู้ได้ยังไง?”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกระลอก แก้มของสือปั้นเซี่ยก็เริ่มร้อนผ่าวเช่นกัน เธอโกรธจนหายใจถี่
