ศิษย์พี่ใหญ่ชื่อกู้ชิง อายุยังมากกว่าพ่อของหลินเสี่ยวเสี่ยวเสียอีก
เมื่อมองศิษย์น้องหญิงคนนี้ เขาก็รู้สึกเหมือนกำลังมองลูกสาวของตัวเอง
ที่จริงไม่ต้องรอให้ผู้เฒ่าฝูเอ่ยปาก เขาก็ยื่นเรื่องขอเงินค่าฝึกงานให้หลินเสี่ยวเสี่ยวไว้ตั้งนานแล้ว
เพื่อเป็นการขอบคุณและแสดงความสนิทสนม หลินเสี่ยวเสี่ยวจึงเชิญครอบครัวของศิษย์พี่ใหญ่ รวมถึงผู้เฒ่าฝูและฝูเฉินตัวน้อยไปกินข้าวที่บ้าน
จากนั้นหลินเสี่ยวเสี่ยวก็ไปมาหาสู่กับครอบครัวของศิษย์พี่ใหญ่เป็นปกติ
ระหว่างเรียนรู้จากอาจารย์ฝู งานของหลินเสี่ยวเสี่ยวคือเขียนใบสั่งยาให้ผู้เฒ่าฝู เวลาที่เขาจ่ายยาให้คนไข้
เวลาผู้เฒ่าฝูฝังเข็มหรือครอบแก้ว หลินเสี่ยวเสี่ยวก็ช่วยเตรียมอุปกรณ์ พร้อมสังเกตและเรียนรู้ไปด้วย
หากเจอคนไข้ที่เปิดใจ ผู้เฒ่าฝูจะถามความเห็นของคนไข้ก่อน แล้วให้หลินเสี่ยวเสี่ยวจับชีพจรและจ่ายยา หากไม่มีปัญหา เขาก็จะรักษาตามแนวทางวินิจฉัยของเธอ ส่วนจุดไหนที่ยังบกพร่อง ผู้เฒ่าฝูก็จะชี้แนะให้หลินเสี่ยวเสี่ยวแก้ไขใบสั่งยา
ผู้หญิงบางคนถึงกับเต็มใจให้หลินเสี่ยวเสี่ยวตรวจมากกว่า โดยเฉพาะการรักษาที่ต้องถอดเสื้อผ้าอย่างครอบแก้วและฝังเข็ม พวกเธอยังถามหลินเสี่ยวเสี่ยวเองด้วยซ้ำว่าไหวหรือไม่ ก่อนจะให้เธอเป็นคนลงมือ
หลินเสี่ยวเสี่ยวพัฒนาฝีมือขึ้นอย่างรวดเร็วจากการฝึกฝนเช่นนี้
อย่างไรเสียผู้เฒ่าฝูก็ใกล้จะอายุ 70 ปีแล้ว อีกทั้งยังถูกส่งไปใช้แรงงานและผ่านความยากลำบากมาหลายปี สุขภาพร่างกายย่อมไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน
เมื่อหลินเสี่ยวเสี่ยวปรับตัวได้อย่างเต็มที่แล้ว หลายครั้งเธอก็เป็นคนเข้าเวรเอง หากเจออาการป่วยที่รับมือไม่ไหว ค่อยไปตามผู้เฒ่าฝูมา
