ก่อนหน้านี้เสวี่ยฉิวเคยพาพวกเขามาที่ถ้ำเสือของมันแล้ว ครั้งนี้จึงไม่ต้องกังวลว่าจะหาเสือไม่เจอ
เป็นอย่างที่คิด ทั้งสองยังอยู่ห่างจากถ้ำเสือหลายร้อยเมตร จู่ ๆ เงาสีเหลืองตัวหนึ่งก็วิ่งตรงเข้ามาหา
โชคดีที่ตุนตุนรู้จักยั้งตัว มันเบรกทันก่อนจะถึงทั้งคู่ ไม่อย่างนั้นถ้าพุ่งเข้ามาชนเต็มแรง หลินเสี่ยวเสี่ยวกับลู่เย่คงต้องบาดเจ็บแน่
ตุนตุนวิ่งวนรอบทั้งสองอย่างตื่นเต้น เอาหัวถูไถไปมาตามตัวพวกเขาไม่หยุด ส่งเสียงร้องอู้อี้ราวกับกำลังบอกว่าคิดถึงแค่ไหน
หลินเสี่ยวเสี่ยวเองก็คิดถึงมันมากเช่นกัน จึงรวบหัวโต ๆ ของมันเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนทันที
“เจ้าตุนตุนตัวแสบ ฉันนึกว่าแกลืมแม่ไปหมดแล้วเสียอีก!”
ตุนตุนเอาหัวถูไถหลินเสี่ยวเสี่ยวออดอ้อนอย่างไม่หยุดหย่อน จนความน้อยใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอมลายหายไปหมด
พอมองตุนตุนให้ละเอียดอีกครั้ง ไม่เพียงไม่ผอมลงเลย ตลอดช่วงเวลาแค่สองเดือนกว่า ๆ กล้ามเนื้อทั่วร่างของเจ้านี่กลับแน่นกระชับขึ้น ดูสง่างามและแข็งแรงกว่าเดิมเสียอีก
เมื่อเห็นว่าลูกสบายดี หลินเสี่ยวเสี่ยวก็หมดความขุ่นใจที่เหลืออยู่ในที่สุด
เธอลูบหัวโต ๆ ของตุนตุนแล้วบอกให้มันนำทาง
“ตุนตุน เสวี่ยฉิวคลอดหรือยัง พาพวกเราไปหาเสวี่ยฉิวกับลูก ๆ ของแกได้ไหม?”
ตุนตุนส่งเสียงร้องอู้อี้ ก่อนหมอบลงตรงหน้าหลินเสี่ยวเสี่ยว เป็นเชิงบอกให้เธอขึ้นขี่หลัง มันจะพาแม่ไปเอง
ลู่เย่มองตุนตุนด้วยแววตาน้อยใจอยู่บ้าง
“พาแต่แม่ ไม่พาพ่อไปด้วยเหรอ?”
ตุนตุนชะงักไป มองพ่อที มองแม่ที ดูลังเลอยู่ไม่น้อย
เสือตัวเดียวจะแบกพ่อกับแม่ไหวหรือเปล่านะ? พ่อหนักมากเลย!
หลินเสี่ยวเสี่ยวหลุดหัวเราะพรืด ยกมือตีแขนลู่เย่เบา ๆ
