หลินเสี่ยวเสี่ยวกับลู่เย่กำลังกินมื้อเช้า เด็ก ๆ อย่างเจ้าตูบน้อย เฉาหยา และเฮยหวาแวะมาบ้านหลินเสี่ยวเสี่ยวเป็นประจำ พวกเขาจึงพุ่งเข้ามาโดยตรง ต่างคนต่างพูดเล่าเรื่องกันเสียงเจื้อยแจ้ว
“พี่เสี่ยวเสี่ยวไม่รู้หรอก ตอนเฉาเจี้ยนกั๋วถูกช่วยขึ้นมา ท้องป่องเบ้อเริ่มเลย กินอึเข้าไปตั้งเยอะ!”
“ยังไม่หมดนะ! พี่เสี่ยวเสี่ยวไม่เห็นเหรอ ในปากเฉาเจี้ยนกั๋วยังมีอยู่เลย! ได้ยินว่าอิ่มจนกลืนไม่ไหว เลยอมเอาไว้!”
“พี่เสี่ยวเสี่ยว...”
หลินเสี่ยวเสี่ยวรีบยกมือห้ามเด็กที่กำลังจะเล่ารายละเอียดต่อ
ซาลาเปาไส้เนื้อในปากจะกลืนลงไปก็ไม่ได้ จะคายออกมาก็รู้สึกสกปรก
โชคดีที่ลู่เย่เอาใจใส่ เขาหยิบถังขยะมาให้ หลินเสี่ยวเสี่ยวจึงคายของในปากลงไป ก่อนจะขย้อนอีกสองครั้ง
เรื่องที่เด็ก ๆ เล่าชวนคลื่นไส้เกินไปจริง ๆ
ลู่เย่ยื่นน้ำให้ หลินเสี่ยวเสี่ยวบ้วนปากแล้วค่อยหันไปถามเด็ก ๆ ว่า
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
กลัวว่าเด็ก ๆ จะเล่าเรื่องชวนพะอืดพะอมอะไรอีก หลินเสี่ยวเสี่ยวจึงรีบเสริมว่า
“เล่าแค่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็พอ ไม่ต้องบรรยายรายละเอียดตอนเฉาเจี้ยนกั๋วกินอึแล้วนะ!”
เจ้าตูบน้อยในฐานะพี่ใหญ่เป็นคนเล่าเรื่องราวให้หลินเสี่ยวเสี่ยวฟัง
“ตอนตีสองตีสาม เฉาเจี้ยนกั๋วลุกไปเข้าห้องน้ำแล้วสะดุดก้อนหิน ตกลงไปในส้วมหลุมที่บ้านตัวเอง”
“ผมได้ยินย่าพูดว่าเพื่อนบ้านแถวนั้นเล่าให้ฟัง เขาสำลักน้ำส้วมจนหมดสติหรือเหม็นจนหมดสติก็ไม่รู้ ไม่ทันได้ร้องขอความช่วยเหลือก็สลบคาส้วมหลุมไปแล้ว”
