หลินเสี่ยวเสี่ยวนึกถึงตอนที่ลู่เย่ตั้งชื่อให้ตุนตุนว่าเสี่ยวหวง จึงรีบเอ่ยปฏิเสธ
“ไม่ได้!”
ลู่เย่เองก็รู้ฝีมือตั้งชื่อของตัวเองดี จึงเกาหัวอย่างซื่อ ๆ
“พ่อ ให้เสี่ยวเสี่ยวตั้งเถอะ ผมฟังภรรยาทุกอย่าง!”
หลินเจี้ยนหลินกับจ้าวซิ่วอิงต่างไม่มีความเห็น ทั้งสามจึงพากันหันไปมองหลินเสี่ยวเสี่ยว
ที่จริงหลินเสี่ยวเสี่ยวคิดชื่อให้เด็กทั้งสองไว้ตั้งหลายชื่อแล้ว
แต่ตอนนี้เธอกลับหันไปมองแสงอรุณนอกหน้าต่างกับดวงอาทิตย์ที่เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า
ชื่อที่คิดไว้ในหัวถูกโยนทิ้งไปหมด หลินเสี่ยวเสี่ยวเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า
“ตอนเด็ก ๆ เกิดมาเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์กำลังขึ้น แสงอรุณจับเต็มท้องฟ้า นี่คือพรที่สวรรค์ประทานให้พวกเขา”
“พี่สาวชื่อว่าลู่เจา ส่วนน้องชายชื่อลู่ซวี่ ขอให้เด็กทั้งสองมีชีวิตที่ผ่องใสกระจ่างดุจดวงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ เปี่ยมด้วยพลังและความสดใส!”
ลู่เย่ หลินเจี้ยนหลิน และจ้าวซิ่วอิงลองทวนชื่อทั้งสองอย่างตั้งใจ ต่างก็เห็นว่าดีมาก
ชื่อจริงของเด็ก ๆ จึงลงตัวตามนี้
แต่เด็ก ๆ ยังต้องมีชื่อเล่น หลินเสี่ยวเสี่ยวตัดสินใจให้โอกาสลู่เย่อีกครั้ง จึงเอ่ยว่า
“อาเย่ คุณลองตั้งชื่อเล่นให้เด็ก ๆ ดูไหม?”
ลู่เย่ลังเลอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นแววตาให้กำลังใจของหลินเสี่ยวเสี่ยว เขาก็เริ่มคิดอย่างจริงจัง
อย่างเจ้าตูบน้อยกับเฮยหวาในกองผลิต ชื่อพวกนั้นเป็นชื่อไม่เป็นมงคลที่ผู้ใหญ่ตั้งให้เด็ก ๆ เพื่อให้เลี้ยงง่าย ลู่เย่แค่คิดว่าจะเอามาตั้งให้ลูกทั้งสองของตัวเองก็รู้สึกขัดหูขัดตาแล้ว
ถ้าไม่ตั้งชื่อไม่เป็นมงคล ก็ต้องคิดชื่อเล่นเพราะ ๆ ที่แฝงความหวังไว้สักสองชื่อ
ลู่เย่มองใบหน้าของหลินเสี่ยวเสี่ยวที่ความเขินอายจางหายไป เผยให้เห็นความซีดเซียวและเหนื่อยล้า เขาไม่ได้หวังให้ลูก ๆ ร่ำรวยหรือประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ ขอแค่พวกเขาจดจำความลำบากที่หลินเสี่ยวเสี่ยวต้องเผชิญเพื่อให้กำเนิดพวกเขาก็พอ
