คนที่ลู่เย่เห็นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเฉาเจี้ยนกั๋ว ผู้มีนิสัยเปลี่ยนไปมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ลู่เย่แอบตามเฉาเจี้ยนกั๋วเข้าไปในตลาดมืด ก่อนเห็นอีกฝ่ายเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ลึกที่สุดในตลาด
ด้านนอกบ้านหลังนั้นมีชายหนุ่มหลายคนที่ดูออกชัดว่ากำลังเฝ้าระวังอยู่ ลู่เย่จึงเข้าไปใกล้ไม่ได้
ตลาดมืดในอำเภอแห่งนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังมากเกินไป ก่อนหน้านี้ลู่เย่ไม่เคยเข้ามาซื้อขายของในตลาดมืดของอำเภอ และที่นี่ก็ไม่มีคนรู้จัก
เขาทำได้เพียงล้มเลิกความคิดที่จะตามไปดูว่าเฉาเจี้ยนกั๋วเข้าไปทำอะไรชั่วคราว แล้วแสร้งทำเป็นคนทั่วไปที่มาซื้อของ
หลังจากสังเกตไปรอบ ๆ เขาก็เห็นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังขายแม่ไก่แก่ที่ไม่ออกไข่ แผงของนางมีไก่วางอยู่สิบกว่าตัว ทั้งยังตั้งอยู่ในทำเลดี ดูแล้วไม่น่าใช่แผงของแม่ค้าทั่วไป
ลู่เย่เดินเข้าไปถามราคา
“คุณป้า ไก่ตัวนี้ขายยังไงครับ?”
“ตัวละ 10 หยวน ไม่ต้องใช้คูปอง ไม่ต่อราคา ถ้าจะเอาก็จับไป ไม่เอาก็หลบไป อย่ามาขวางทำมาหากิน!”
ลู่เย่ชี้ไปยังไก่ตัวที่อ้วนที่สุด หยิบเงินส่งให้หญิงวัยกลางคน “งั้นเอาตัวนี้ครับ คุณป้าช่วยนับเงินดูว่าครบไหม”
ตอนที่หญิงวัยกลางคนรับเงินและขยับเข้ามาใกล้ ลู่เย่ก็ลดเสียงลงเพื่อหยั่งเชิง “คุณป้า ผมเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก ไม่รู้อะไรเลย คุณป้าพอจะเล่ากฎของที่นี่ให้ฟังได้ไหมครับ? แล้วบ้านหลังใหญ่ตรงนั้นที่มีคนเฝ้าอยู่เยอะ ๆ เอาไว้ทำอะไรหรือครับ?”
“นี่มีเงินอีก 1 หยวน คุณป้าต้องเสียแรงพูดเล่าข่าวให้ผม เดี๋ยวเอาไปซื้อน้ำอัดลมดื่มนะครับ”
หญิงวัยกลางคนตาเป็นประกาย ยื่นมือมาคว้าเงิน 11 หยวนไปทันที สีหน้าที่เมื่อครู่ยังหงุดหงิดพลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเมตตา
