หลินเสี่ยวเสี่ยวคิดดูแล้ว จากเรื่องที่เกิดขึ้นตอนกลับมาเมื่อบ่ายวันนี้ เธอช่วยเฝิงซูฮุ่ยไว้ แต่สองสามีภรรยากลับไม่แม้แต่จะเอ่ยขอบคุณสักคำ
ดูท่าแล้ว ต่อให้ผู้เฒ่าฝูอยากสอนวิชาแพทย์ให้เธอ สองสามีภรรยาคู่นั้นก็คงมาคอยก่อกวนเหมือนคราวก่อน
เธอคงไม่ได้เรียนรู้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แถมยังต้องทนหงุดหงิดจนลู่เย่เป็นห่วงอีก
ไม่ไปเสียเวลาจะดีกว่า
เธอตั้งใจทบทวนบทเรียนให้ดี ถึงตอนนั้นก็สอบให้ได้คะแนนสูง ๆ แล้วสมัครเข้าเรียนในสถาบันชั้นนำที่สุด อาจารย์และอุปกรณ์การเรียนการสอนก็ต้องไม่แย่แน่ หากอยากเรียนรู้วิชาจริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
คิดได้ดังนั้น หลินเสี่ยวเสี่ยวก็ส่งยิ้มหวานให้ลู่เย่ “ได้ ฉันฟังพี่อาเย่!”
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเสี่ยวเสี่ยวพูดจาราวกับพึ่งพาลู่เย่ ทำให้เขารู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมาทันที
เมื่อเห็นรอยยิ้มของหลินเสี่ยวเสี่ยว ลู่เย่ก็อดยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอไม่ได้ “เมียฉันน่ารักจริง ๆ กินข้าวดี ๆ อย่ามายั่วฉันล่ะ!”
หลินเสี่ยวเสี่ยวปัดมือเขาออกอย่างรังเกียจ “ฮึ! มือพี่มันเยิ้ม อย่ามาจับฉันส่งเดช!”
สองสามีภรรยาหยอกเย้ากันอย่างหวานชื่นระหว่างกินข้าว จนลืมคู่สามีภรรยาตระกูลจ้าวที่อยู่ในคอกวัวไปเสียสนิท
ส่วนเฝิงซูฮุ่ยยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิดและไม่สบายใจ เธอตัดสินใจขัดใจสามี พรุ่งนี้เช้าจะไปขอบคุณและขอโทษหลินเสี่ยวเสี่ยวให้ดี
อีกทั้งยังแอบตัดสินใจว่า ต่อไปจะไม่ไปรบกวนผู้เฒ่าฝูเวลาสอนวิชาแพทย์ให้หลินเสี่ยวเสี่ยวอีก
แต่ถึงเธอจะวางแผนไว้เป็นอย่างดีแล้ว วันรุ่งขึ้นก็รอหลินเสี่ยวเสี่ยวมาทั้งวันเพื่อจะทำตามแผน ทว่ากลับไม่เห็นอีกฝ่ายมาที่คอกวัวเลย
เฝิงซูฮุ่ยใจลอยไปทั้งวัน จนตอนทำงานยังเชื่องช้าลงและถูกดุด่าหลายครั้ง
ตกกลางคืน เฉินอันอันถามอย่างสงสัยว่า
“วันนี้พี่เสี่ยวเสี่ยวไม่มาคอกวัวได้ยังไงครับ?”
