ลู่เย่ได้ยินดังนั้นก็หยุดเดินทันที แล้วถามว่า
“คุณลุงช่าง หมายความว่ายังไงครับ? ผู้อำนวยการหลินแห่งหนังสือพิมพ์รู้จักผมด้วยเหรอ?”
ช่างภาพสูงวัยชะงักไป ก่อนจะรู้ตัวว่าตนเข้าใจผิด
แต่พอคิดว่ารูปเป็นของอีกฝ่าย เขาก็ควรบอกให้เจ้าตัวรู้สักหน่อย จึงอธิบายว่า
“ก็รูปถ่ายคู่ของคุณกับภรรยาที่มาถ่ายกับผมคราวก่อนนั่นแหละ ผมเพิ่งเอารูปไปติดหน้าต่างร้าน ผู้อำนวยการหลินกับครอบครัวก็มาถ่ายรูป พอเห็นรูปก็ชมว่าสวย แล้วบอกว่าจะซื้อไปลงหนังสือพิมพ์”
“ผมยังเสียดายอยู่เลย รูปสวยขนาดนั้นกลับเอามาโชว์ไม่ได้แล้ว หนุ่มน้อย ไว้วันไหนพาภรรยามาถ่ายอีกสักรูปสิ ผมลดราคาให้พวกคุณ”
สีหน้าลู่เย่เคร่งขรึม ในที่สุดก็รู้แล้วว่าทำไมภรรยาของเขาถึงตกเป็นเป้าสายตาของผู้อำนวยการหลินคนนั้น
แต่หลินเสี่ยวเสี่ยวรับปากช่างภาพว่าจะให้เขาจัดแสดงรูป เรื่องนี้จะไปโทษช่างภาพก็ไม่ได้
ลู่เย่จึงได้แต่ขอร้องช่างภาพว่า
“คุณลุงช่างครับ ผมกับภรรยาไม่ได้รับแจ้งเรื่องสัมภาษณ์ลงหนังสือพิมพ์เลย คิดว่าผู้อำนวยการหลินคงเปลี่ยนใจ ไม่อยากลงฉบับนั้นแล้ว”
“เพื่อไม่ให้ผู้อำนวยการหลินลำบากใจ วันนี้ช่วยทำเหมือนไม่เคยเจอผมนะครับ อย่าพูดถึงผมกับผู้อำนวยการหลินได้ไหม?”
ช่างภาพเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนที่ขายรูปไปโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของ พอเห็นว่าลู่เย่ไม่เอาเรื่อง แน่นอนว่าเขาย่อมรับปาก
“ได้! ได้! เรื่องนี้ผมจะทำเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น!”
ลู่เย่พยักหน้า “ผมยังมีธุระ ต้องไปก่อนนะครับ คุณลุงช่างทำงานต่อเถอะ ไว้มีเวลาเราค่อยมาให้ถ่ายรูปอีก”
หลังกล่าวลา เขาก็มุ่งตรงไปยังครัวโรงอาหารของหนังสือพิมพ์
