ท้ายที่สุดทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ได้เปรียบ ภายใต้สถานการณ์ที่หิมะตกหนักจนถนนถูกปิดและไม่มีทางออกไปได้ พวกเขายังตีกันจนเลือดตกยางออก
หลินพั่นตี้ไม่อยากตาย เธอรู้ดีว่าคนในคอกวัวมีฝีมือ จึงร้องไห้โวยวายขอให้ผู้เฒ่าฝูไปช่วยดูอาการ
หัวหน้ากองผลิตเองก็หมดหนทางจริง ๆ จะปล่อยให้คนตายไปต่อหน้าต่อตาก็ไม่ได้ จึงได้แต่ไปเชิญอีกฝ่ายอย่างสุภาพ
ผู้เฒ่าฝูเป็นหมอที่เปี่ยมเมตตา แม้ไม่ชอบหลินพั่นตี้ แต่ก็ยังออกไปช่วยรักษา
ถือโอกาสตรวจรักษาคนที่เป็นหวัดเพราะหนาวไปด้วย
เมื่อหลินเสี่ยวเสี่ยวได้ยินว่าผู้เฒ่าฝูออกไปตรวจคนไข้ เธอก็นำสมุนไพรรักษาไข้หวัดที่เก็บไว้ในมิติส่วนตัวออกมาส่วนหนึ่ง
แล้วให้ลู่เย่อ้างว่าเก็บมาได้ตอนออกล่าสัตว์ ก่อนนำไปบริจาคให้กองผลิต
ผู้เฒ่าฝูวินิจฉัยอาการแล้วให้หัวหน้ากองผลิตต้ม “ยาหม้อใหญ่” แจกจ่ายให้ทุกคน ยาที่หลินเสี่ยวเสี่ยวบริจาคมีมากพอให้ต้มหม้อใหญ่ได้วันละหม้อ ต่อเนื่องถึง 2 เดือน ใครมีคนในบ้านป่วยก็ไปขอรับยาได้
การลงมือช่วยเหลือของผู้เฒ่าฝูไม่เพียงช่วยชีวิตหลินพั่นตี้กับพวกพ้อง แต่ยังช่วยชีวิตผู้คนอีกไม่น้อยที่ชาติก่อนต้องตายเพราะเจ็บป่วย
หลินพั่นตี้เลิกคิดจะประจบคนในคอกวัวไปนานแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งอะไร กลับคิดว่าการที่ผู้เฒ่าฝูยอมรักษาให้เธอเป็นเกียรติของเขาเสียด้วยซ้ำ
โชคดีที่ไม่ได้มีทุกคนเป็นคนเนรคุณ หลังจากผู้เฒ่าฝูลงมือช่วยเหลือ ผู้คนมากมายในกองผลิตก็เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อคนในคอกวัวไปอย่างสิ้นเชิง
แม้ไม่กล้าเข้าไปสนิทสนมอย่างเปิดเผย แต่ก็ไม่ดูถูกหรือกลั่นแกล้งกันอีก
บางคนยังแอบนำของกันหนาวกับอาหารไปวางไว้ด้านนอกคอกวัว
