คราวนี้ไม่เพียงสีหน้าของลู่เย่จะย่ำแย่ลง หลินเจี้ยนหลินกับจ้าวซิ่วอิงก็แทบนั่งไม่ติด เดินวนไปมาหน้าห้องคลอดด้วยความร้อนใจ
ไม่รู้ว่าลู่เย่กลับไปยืนรออยู่หน้าห้องคลอดตั้งแต่เมื่อไร ร่างสูงนิ่งงันราวกับรูปปั้น
หากมีใครเข้าไปมองใกล้ ๆ ในเวลานี้ ก็จะเห็นว่าร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
ลู่เย่ไม่รู้ว่าตนสวดภาวนาไปเป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว
“หากบนโลกนี้มีเทพเจ้าอยู่จริง ผมยินดีแลกทุกอย่างที่มี ขอแค่เสี่ยวเสี่ยวของผมปลอดภัย!”
บางทีคำภาวนาของลู่เย่อาจได้ผล หรือไม่ก็เจ้าตัวเล็กทั้งสองอาจอยู่ในท้องแม่จนพอแล้ว
เมื่อแสงอาทิตย์สายแรกส่องขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ในที่สุดก็มีเสียงร้องไห้จ้าของทารกดังมาจากห้องคลอด
หลังเสียงร้องแรกดังขึ้นไม่ถึง 5 นาที เสียงร้องของทารกอีกคนที่แผ่วกว่าเล็กน้อยก็ดังตามมา
ลู่เย่ หลินเจี้ยนหลิน และจ้าวซิ่วอิงยืนเรียงกันอยู่หน้าห้องคลอด จ้องประตูห้องด้วยความกระวนกระวาย
คราวนี้พวกเขาไม่ต้องรอนานนัก ประตูห้องคลอดเปิดออก พยาบาลสองคนอุ้มเด็กออกมาพร้อมเอ่ยแสดงความยินดี
“ยินดีด้วยค่ะ เป็นฝาแฝดชายหญิง เด็กผู้หญิงเป็นพี่ เด็กผู้ชายเป็นน้อง ทั้งสองคนสุขภาพแข็งแรงดีค่ะ”
“ครอบครัวคุณโชคดีจริง ๆ พวกเราทำงานในโรงพยาบาลมาหลายปี เคยช่วยทำคลอดแฝดก็จริง แต่ฝาแฝดชายหญิงนี่เป็นครั้งแรกเลยนะคะ ได้ลูกครบเป็นคำว่าดีงามพอดีเลย!”
ทว่าทั้งสามคนกลับไม่มีสีหน้าผ่อนคลายลงเลย ต่างเอ่ยถามขึ้นพร้อมกันว่า
“ภรรยา/ลูกสาวของผมเป็นยังไงบ้าง?”
พยาบาลสาวสองคนชะงักไปเล็กน้อย ไม่บ่อยนักที่จะเห็นญาติยืนรอหน้าห้องคลอดโดยไม่มีใครเป็นห่วงเด็ก แต่กลับห่วงคุณแม่กันทุกคน
