หลิวม่านรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่กลางอก กลืนไม่ลงคายไม่ออก จนแทบอึดอัด
ชั่วขณะหนึ่ง หลิวม่านถึงกับอดคิดไม่ได้ว่าเฉาเจี้ยนกั๋วคู่ควรกับความรักของเธอจริงหรือ
เฉาเจี้ยนกั๋วมองออกว่าหลิวม่านเริ่มหวั่นไหว ในใจจึงนึกเสียใจขึ้นมา
เขาถลึงตาใส่หลินพั่นตี้อย่างดุดัน ก่อนจะหันกลับมามองหลิวม่านด้วยแววตาเปี่ยมความห่วงใย แล้วประคองบาดแผลบนใบหน้าที่ถูกข่วนของเธออย่างทะนุถนอมราวกับเธอเป็นของล้ำค่า
“ม่านม่าน เจ็บไหม? เธออธิบายให้ชัดก่อน แล้วฉันจะพาไปโรงพยาบาลทันที ดีไหม? ถ้าเธอเป็นแผลเป็นขึ้นมา ฉันคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต!”
หลิวม่านมองความห่วงใยในดวงตาของเขา ซึ่งดูไม่เหมือนเสแสร้งเลยสักนิด สมองที่เพิ่งจะเริ่มปลอดโปร่งก็กลับขุ่นมัวขึ้นมาอีกครั้ง
เธอกัดริมฝีปาก ก่อนจะฝืนใจขอโทษหลินพั่นตี้
“ขอโทษ! ฉันแค่ได้ยินว่าพี่เฉาเกิดเรื่องขึ้น ก็เป็นห่วงจนตื่นตระหนกไปหน่อย”
“ฉันกับพี่เฉาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เธออย่าเข้าใจผิดเลย”
หลินพั่นตี้แค่นเสียงเย็นชา กำลังจะเปิดปากเยาะเย้ย
แต่แม่เฉากลับยื่นมือมาปิดปากเธอไว้ แล้วลากเธอกลับเข้าไปในห้อง
หลินพั่นตี้ย่อมไม่ยอมกล้ำกลืนความโกรธอยู่เฉย ๆ ดิ้นรนจะพุ่งออกไปอีกครั้ง
แม่เฉากัดฟัน ลดเสียงลงเตือน
“ใจเย็นก่อน! แกรู้ไหมว่าหลิวม่านเป็นใคร? แกทำเขาเจ็บขนาดนั้น ถ้าเขาเอาเรื่องแล้วไปฟ้องพ่อของเขา แกก็ได้ไปอยู่พร้อมหน้ากับพ่อแม่ที่ตายอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือแน่!”
