เมื่อมีโอกาสได้เรียนสาขาที่ชอบ ฟางเหวินจวินก็หันไปมองหลินเสี่ยวเสี่ยวอย่างตื่นเต้นเพื่อยืนยัน
“ได้จริงเหรอเสี่ยวเสี่ยว จะไม่ทำให้เธอลำบากใช่ไหม?”
หลินเสี่ยวเสี่ยวยิ้มก่อนตอบเธอว่า
“ได้จริง ๆ ไม่ลำบากเลย พอดีฉันรู้จักเพื่อนสองคนที่คณะภาษาต่างประเทศ ฝากพวกเขาช่วยพูดให้หน่อยก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
ฟางเหวินจวินร้องไห้อีกแล้ว
หลินเสี่ยวเสี่ยวอดคิดไม่ได้ว่า เด็กคนนี้ทำจากน้ำหรือไงนะ!
ยังดีว่าครั้งนี้เป็นน้ำตาแห่งความยินดี ฟางเหวินจวินสงบอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนเอ่ยขอบคุณหลินเสี่ยวเสี่ยวอย่างจริงจัง
“เสี่ยวเสี่ยว ขอบคุณนะที่เต็มใจช่วยฉัน! ตอนนี้ฉันยังเป็นนักศึกษาจน ๆ ไม่มีอะไรตอบแทนเธอได้ แต่ต่อไปไม่ว่าจะมีเรื่องอะไร ขอแค่เธอบอก ฉันจะทำให้สุดความสามารถ!”
เมื่อนึกถึงสถานการณ์ทางบ้าน ฟางเหวินจวินก็ให้คำมั่นอีกว่า
“เสี่ยวเสี่ยว วางใจเถอะ ถ้าฉันย้ายสาขาสำเร็จจริง ๆ แล้วพ่อแม่สนับสนุน ฉันจะบอกพวกเขาว่าเธอช่วยฉัน ให้พวกเขาจดจำบุญคุณของเธอเหมือนฉัน”
“ถ้าพ่อแม่ไม่สนับสนุน ฉันจะปิดเรื่องที่เธอช่วยฉันไว้ก่อน ไม่ให้พวกเขามาหาเรื่องเธอ รอฉันสร้างผลงานได้แล้ว พวกเขาเปลี่ยนทัศนคติเรื่องที่ฉันย้ายสาขาเมื่อไร ฉันค่อยบอกพวกเขา”
รอยยิ้มในดวงตาของหลินเสี่ยวเสี่ยวลึกซึ้งขึ้น เธอรู้อยู่แล้วว่าฟางเหวินจวินเป็นเด็กดีมากคนหนึ่ง
เมื่อไม่มีอะไรให้ต้องกังวล หลินเสี่ยวเสี่ยวจึงช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น
หลังแน่ใจว่าฟางเหวินจวินพร้อมเข้ารับการสอบย้ายสาขาได้ทุกเมื่อ พอเลิกเรียนวันนั้น หลินเสี่ยวเสี่ยวก็ไปหาสามีภรรยาศาสตราจารย์เฉิน
ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ทั้งคู่จึงตอบตกลงอย่างยินดี
