“เอานี่มาให้ฉันดูหมายความว่ายังไง?”
“นี่คือผู้ต้องสงสัยครับ”
ลู่จวิ้นเซินเลิกคิ้ว “เด็กสามคน?”
ในภาพเป็นแผ่นหลังของเด็กสามคน ดูอายุราวสี่ถึงห้าขวบ แต่ละคนสะพายกระเป๋าใบเล็กที่ตุงพองอยู่
“ใช่ครับ นี่เป็นกลุ่มเดียวที่เราระบุได้ว่ามีพิรุธ หลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว อีกอย่างเราติดตามตำแหน่งของแฮกเกอร์คนนั้นได้ด้วย สัญญาณระบุว่าพวกเขายังอยู่ในโรงแรมนี้ และอยู่ใกล้เรามาก อาจยังอยู่ชั้นนี้และยังไม่ได้ไปไหนครับ”
เด็กกับแฮกเกอร์
ลู่จวิ้นเซินไม่อาจเชื่อมโยงคนสองประเภทนี้เข้าด้วยกันได้ในทันที
แต่สิ่งที่แน่ใจได้คือเป้าหมายของแฮกเกอร์ชัดเจนมาก พวกเขาจงใจโจมตีฝ่ายตน
ส่วนเหตุใดถึงทำเช่นนั้น และมีจุดประสงค์อื่นหรือไม่ ลู่จวิ้นเซินยังไม่อาจยืนยันได้
“ในเมื่อยังอยู่ที่นี่ ก็ไปตรวจค้นให้ทั่ว หาให้เจอ”
“ครับ”
ลู่จวิ้นเซินมองภาพถ่ายด้วยแววตาลึกล้ำ แม้แผ่นหลังของเด็กหญิงในภาพจะพร่าเลือน แต่เสื้อผ้าที่เธอสวมกลับดูคุ้นตาเขาอย่างยิ่ง
เหมือนเด็กที่วาดรถของเขา
ลู่จวิ้นเซินครุ่นคิด
เด็กที่วาดรถของเขา เด็กที่รับสายจากเซี่ยหนานจือ เด็กที่ปรากฏตัวในโรงแรมและน่าสงสัยว่าเป็นแฮกเกอร์
หลังจากพบเซี่ยหนานจือแล้ว เด็กที่ปรากฏตัวข้างกายเขาก็มีไม่น้อยเลย
แม้ดูเผิน ๆ ทุกอย่างจะเป็นเพียงความบังเอิญ
แต่ถ้าบังเอิญบ่อยเข้า ก็ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้ว
……
ลู่จวิ้นเซินกลับมาที่ห้อง แต่เซี่ยหนานจือไม่อยู่แล้ว
ทว่าเขารู้ว่าเธอหนีไปไหนไม่ได้ อย่างมากก็แค่ย้ายไปอยู่ห้องอื่น
