“ใครน่ะ?”
เสียงทุ้มต่ำนี้...
เซี่ยหนานจือกับเจ้าตัวเล็กทั้งสามพลันแข็งค้างอยู่กับที่
“ตึก!”
“ตึก!”
“ตึก!”
เสียงฝีเท้าด้านหลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทุกย่างก้าวราวกับเหยียบลงบนหัวใจของเซี่ยหนานจือ
น่องของเธอสั่นระริก
เธอหลับตาปี๋
แย่แน่...
เสียงฝีเท้าหยุดลงด้านหลังเซี่ยหนานจือ
“คุณผู้หญิง กำลังจะออกไปข้างนอกหรือครับ?”
หืม?
เซี่ยหนานจือหันกลับไป ก็เห็นผู้จัดการโรงแรมถือไฟฉายอยู่ คงจะมาจัดการเรื่องไฟดับ
“ต้องขออภัยจริง ๆ ครับ ระบบไฟฟ้าของเราขัดข้อง ตอนนี้ส่งคนไปซ่อมด่วนแล้ว หากคุณจะออกไปข้างนอก ระวังทางด้วยนะครับ”
เซี่ยหนานจือได้สติ ฝืนยิ้มอย่างเก้อเขินแล้วพยักหน้า “ค่ะ ได้ค่ะ”
“ต้องขออภัยที่ทำให้ไม่สะดวก รบกวนโปรดให้อภัยด้วยนะครับ”
ร่างของเซี่ยหนานจือยังสั่นน้อย ๆ พอผู้จัดการเดินจากไป เธอยังไม่ทันได้ถอนหายใจโล่งอก กำลังจะออกไปก็เห็นแสงไฟหลายลำส่องมาจากอีกฟากของทางเดิน
เซี่ยหนานจือใจหายวาบ รีบคว้าเสื้อของเจ้าตัวเล็กทั้งสามแล้วลากพวกเขาเข้าไปในห้องทันที
ลู่จวิ้นเซินเดินเข้ามาและพบกับผู้จัดการพอดี
ผู้จัดการค้อมกายทักทายลู่จวิ้นเซินด้วยความนอบน้อม
“ประธานลู่”
“ไฟจะกลับมาเมื่อไร?”
ผู้จัดการรีบตอบ “ประธานลู่โปรดวางใจครับ อีกไม่นานก็กลับมาแล้ว ต้องขออภัยอย่างยิ่งที่ทำให้ไม่สะดวกครับ”
ลู่จวิ้นเซินรู้สึกว่าไฟดับครั้งนี้มีพิรุธ
แม้จะบอกว่าถูกแฮ็กเกอร์โจมตี แต่จู่ ๆ ไฟก็ดับแค่ชั้นนี้ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเจาะจงเป้าหมายไว้แล้ว
เขาส่งคนไปตรวจสอบแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้า
เมื่อกลับเข้ามาในห้องชุดประธานาธิบดี ลู่จวิ้นเซินเหลือบมองห้องของเซี่ยหนานจือ ประตูปิดสนิท เขาจำได้ว่าเซี่ยหนานจือกลัวความมืด
