“คุณน้าจาง” เซี่ยหนานจือพยักหน้าให้อย่างสุภาพ
“เป็นเธอจริง ๆ ด้วย!” เจียงหลานเสวี่ยก้าวฉับ ๆ มาหาเซี่ยหนานจือ แววตาพลันเปี่ยมด้วยความโกรธ “เธอยังกล้ากลับมาอีกหรือ? บอกฉันมา หลานชายของฉันอยู่ที่ไหน เธอเอาหลานชายของฉันไปไว้ที่ไหน?”
ตอนนั้นพอเจียงหลานเสวี่ยได้ยินว่าหลานชายตัวน้อยที่เธอเฝ้าคิดถึงมาตลอดจากไปแล้ว เธอก็โกรธจนหมดสติไปทันที
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เจียงหลานเสวี่ยเกลียดเซี่ยหนานจือเข้ากระดูกดำ
เมื่อได้เห็นเธอในตอนนี้ ความโกรธที่สั่งสมมานานห้าปีก็ปะทุขึ้นมาในทันที
เจียงหลานเสวี่ยคว้าตัวเซี่ยหนานจือไว้ “เซี่ยหนานจือ เด็กคนนั้นอยู่ที่ไหน? ตอนนั้นเธอไม่ได้ทำแท้งใช่ไหม เธอโกหกพวกเราใช่ไหม?”
เจียงหลานเสวี่ยมีอารมณ์พลุ่งพล่าน แม้ทุกคนจะพูดว่าเซี่ยหนานจือทำแท้งไปแล้ว
แต่เธอก็ไม่เคยเชื่อเลยว่าแม่คนหนึ่งจะใจร้ายถึงขั้นทำแท้งลูกที่มีอายุครรภ์เจ็ดเดือนของตัวเอง
“แม่!” ลู่จวิ้นเซินเอ่ยขึ้น “คุณปู่ต้องการพบเธอ ให้เธอไปพบคุณปู่ก่อนเถอะครับ”
“พบคุณท่านหรือ? เธอยังมีหน้ามาพบคุณท่านอีกหรือ? ตอนนั้นคุณท่านรักเธอมากแค่ไหน แล้วเธอทำอย่างไร? จู่ ๆ ก็จากไปโดยไม่บอกกล่าว คุณท่านถึงกับล้มป่วยหนักเพราะเธอ”
สวี่รั่วฉิงยืนมองภาพตรงหน้าอยู่ข้าง ๆ มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย
เธอคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเซี่ยหนานจือกลับมาจะต้องเจอกับผลลัพธ์เช่นนี้
สำหรับเจียงหลานเสวี่ย การทำแท้งลูกถือเป็นความผิดที่สมควรตายของเซี่ยหนานจือ
“หลานเสวี่ย”
เสียงทรงพลังเสียงหนึ่งดังขึ้น
ทุกคนเงยหน้ามอง ก็เห็นผู้เฒ่าลู่ยืนอยู่บนชั้นสอง มือค้ำไม้เท้า
สายตาของผู้เฒ่าลู่หยุดอยู่ที่เซี่ยหนานจือ ก่อนเอ่ยว่า “จือจือ ขึ้นมาสิ”
เมื่อเซี่ยหนานจือเห็นผู้เฒ่าลู่ ความรู้สึกผิดในใจก็ยิ่งทวีขึ้น เธอพยักหน้า เม้มริมฝีปากแน่นแล้วเดินขึ้นไปชั้นบน
