ห้าชั่วโมงต่อมา
เครื่องบินส่วนตัวของลู่จวิ้นเซินลงจอดที่ลานจอดส่วนบุคคลของท่าอากาศยานนานาชาติเมืองหลวง
เมื่อมองเมืองที่คุ้นเคยแห่งนี้ เซี่ยหนานจือก็รู้สึกหลากหลายจนยากบรรยาย เธอไม่เคยนึกเลยว่าจะได้กลับมาในสภาพเช่นนี้
หลังลงจากเครื่อง ลู่จวิ้นเซินกับสวี่รั่วฉิงเดินนำหน้า ส่วนเซี่ยหนานจือเดินตามหลัง
เพื่อป้องกันไม่ให้เธอหนี ยังมีบอดี้การ์ดสี่คนคอยติดตามอยู่ด้านหลังตลอดเวลา
เซี่ยหนานจือแค่นหัวเราะในใจ เธอกลับมาแล้วแท้ ๆ เขายังกลัวว่าเธอจะหนีอีกหรือ?
เซี่ยหนานจือชะงักฝีเท้า “ฉันจะไปห้องน้ำ”
เจียงเจ๋อหยุดเดิน “คุณเซี่ย รีบหน่อยนะครับ พวกเราจะรอคุณ”
“อืม”
ลู่จวิ้นเซินหยุดตาม หันไปมองเซี่ยหนานจือที่เดินไปอีกทางแล้วถามว่า “เธอไปทำอะไร?”
เจียงเจ๋อตอบว่า “คุณเซี่ยบอกว่าจะไปห้องน้ำครับ”
ลู่จวิ้นเซินขมวดคิ้ว
ถ้าผู้หญิงคนนี้อยากถ่วงเวลาก็บอกมาตรง ๆ สิ
ลู่จวิ้นเซินหยุดรอเธอ
ตอนนั้นเอง เด็กน้อยทั้งสามก็มาถึงเมืองหลวงด้วยเครื่องบินส่วนตัว เมื่อมาถึงสนามบิน พวกเขาก็เดินออกจากอาคารผู้โดยสาร
เฉินเฉินเงยหน้ากลม ๆ มองไปรอบตัว “ที่นี่คือเมืองที่หม่ามี้ใช้ชีวิตมาตั้งแต่เด็กเหรอเนี่ย”
ซุ่ยซุ่ยกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข “ถ้าหม่ามี้เห็นพวกเรา ต้องดีใจมากแน่ ๆ เลย”
เหนียนเหนียนส่ายหน้า ทำหน้าขรึมพลางมองเฉินเฉินกับซุ่ยซุ่ยที่กำลังซุกซนอยู่ข้าง ๆ
เขาเชื่อว่าหม่ามี้เห็นพวกเขาแล้วคงไม่ได้ประหลาดใจ แต่จะตกใจเสียมากกว่า
เหนียนเหนียนถอนหายใจ
มีน้องชายกับน้องสาวตัวแสบสองคน
กลุ้มใจจริง ๆ
“พี่ชาย ซุ่ยซุ่ยอยากไปห้องน้ำ”
“พี่ไปเป็นเพื่อน”
“ไม่ต้องหรอก พี่ ๆ รอซุ่ยซุ่ยอยู่ตรงนี้นะ”
พูดจบ ซุ่ยซุ่ยก็รีบวิ่งไปทางห้องน้ำทันที
เด็กน้อยปวดมากจึงวิ่งเร็วไปหน่อย ไม่ทันเห็นคนที่อยู่ข้างหน้า เธอพุ่งชนเข้าเต็ม ๆ ขาของอีกฝ่ายทั้งยาวทั้งแข็ง จนเธอก้นจ้ำเบ้าลงไปนั่งกับพื้น
