วันถัดมา
ซุ่ยซุ่ยนอนจนตื่นเองตามธรรมชาติ ยังคงเป็นแม่หลิวที่คอยดูแลเธอ
แม่หลิวเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แสนน่ารักให้ซุ่ยซุ่ย พอหนูน้อยออกมาจากห้อง ก็เจอลู่จวิ้นเซินที่กำลังจะไปทำงานพอดี
“พ่อใจร้าย...”
ซุ่ยซุ่ยเผลอเรียกเขาว่าพ่อใจร้ายตามความเคยชิน พอรู้ตัวก็รีบยกมือปิดปาก
แต่ลู่จวิ้นเซินหันมามองเธอแล้ว
เห็นได้ชัดว่า...
เขาได้ยินแล้ว
เมื่อถูกจ้อง ซุ่ยซุ่ยก็ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่กล้าขยับไปไหน
เธอคิดในใจว่า จบเห่แล้ว จบเห่แล้ว จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?
ลู่จวิ้นเซินเห็นเด็กหญิงตัวน้อยพูดอะไรบางอย่าง แล้วก็ยืนนิ่งซื่อบื้ออยู่ตรงนั้น
เขาถามว่า “เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?”
ซุ่ยซุ่ยไม่ตอบ เอาแต่นิ้วขยุ้มชายเสื้อเล่น
ลู่จวิ้นเซินลูบศีรษะเธอ “นอนจนเบลอไปแล้วหรือไง?”
ซุ่ยซุ่ยเม้มปากแล้วส่ายหน้าจนผมแกว่งไปมา
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
พูดจบ ซุ่ยซุ่ยก็เตรียมวิ่งลงบันได
เสียงลู่จวิ้นเซินดังมาจากด้านหลัง “เดี๋ยวก่อน”
ซุ่ยซุ่ยหยุดอยู่กับที่ เงยหน้ามองลู่จวิ้นเซิน “คุณอายังมีธุระอะไรอีกคะ?”
“แม่หนูจะมารับเมื่อไหร่?”
ซุ่ยซุ่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง ความจำของเธอดีมาก จึงนึกถึงคำกำชับของเซี่ยหนานจือได้ ก่อนตอบว่า “เหมือนจะเป็นตอนเที่ยงค่ะ”
“อืม”
ลู่จวิ้นเซินไม่ได้ปล่อยให้ซุ่ยซุ่ยไป
เธอจึงมองเขา “คุณอายังมีธุระอะไรอีกหรือคะ?”
“หนูยังไม่ได้บอกชื่อแม่ หนูรับปากฉันไว้แล้ว”
ดวงตากลมโตของซุ่ยซุ่ยกลอกไปมา ก่อนมองลู่จวิ้นเซินอย่างงุนงง “ซุ่ยซุ่ยรับปากคุณอาไว้เหรอคะ? ซุ่ยซุ่ยจำไม่ได้แล้วค่ะ ถ้าจำไม่ได้ก็ไม่นับแล้วนะคะ”