เฉินเฉินเบิกตากว้าง “พี่ชาย ซุ่ยซุ่ย?”
เด็กน้อยทั้งสามมองชุดแต่งกายของกันและกัน แล้วก็เข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายในทันที
“พวกเธอก็ตั้งใจจะไปช่วยแม่เหมือนกันเหรอ?” เด็กน้อยทั้งสามพูดขึ้นพร้อมกัน
เหนียนเหนียนตบหน้าผากตัวเอง “สมกับเป็นลูกแม่จริง ๆ”
ซุ่ยซุ่ยพูดว่า “แม่ถูกคุณพ่อใจร้ายจับตัวไป ซุ่ยซุ่ยจะนั่งรอความตายได้ยังไงล่ะ”
เฉินเฉินพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง “ใช่ ๆ”
เหนียนเหนียนจนใจ เดิมทีเขาคิดจะไปคนเดียว ไม่คิดเลยว่าจะ… ช่างเถอะ คงต้องพาพวกเขาไปด้วยแล้ว
“สองคนตามพี่มาให้ดี”
ซุ่ยซุ่ยพยักหน้ารัว “อื้อ ๆ ซุ่ยซุ่ยเป็นเด็กดีที่สุด รับรองว่าจะเชื่อฟัง”
……
เซี่ยหนานจือถูกลู่จวิ้นเซินพากลับมายังห้องชุดประธานาธิบดีของโรงแรมอย่างไม่เต็มใจ
พอได้ยินเสียงเปิดประตู สวี่รั่วฉิงก็เดินออกมาด้วยความยินดี “จวิ้นเซิน คุณกลับ…”
แต่ทันใดนั้น เมื่อเห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างลู่จวิ้นเซิน เสียงของเธอก็ชะงักไป
“เซี่ยหนานจือ?”
เซี่ยหนานจือที่หายตัวไปนานถึงห้าปี
สวี่รั่วฉิงแทบไม่อยากเชื่อสายตา
เซี่ยหนานจือเงยหน้าขึ้น พอเห็นสวี่รั่วฉิง สีหน้าก็เย็นชาลง
ปีนั้น หลังมารดาของเธอเสียชีวิต สวี่รั่วฉิงสวมชุดเดรสสีแดงไปร่วมงานศพ ทั้งยังบอกเธอว่าเหตุผลที่ลู่จวิ้นเซินไม่มา ก็เพราะเขาไปอยู่เป็นเพื่อนและช่วยดูแลแม่ของสวี่รั่วฉิง
เธอรู้ว่าสวี่รั่วฉิงจงใจทำเช่นนั้น จงใจยั่วโมโหเธอ
น่าเสียดายที่ตอนนั้นเซี่ยหนานจือกำลังแตกสลายจากการสูญเสียแม่ อีกทั้งยังได้ประจักษ์ชัดว่าสามีเป็นคนแบบไหน จนไม่อาจควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ทั้งที่รู้ว่าสวี่รั่วฉิงจงใจยั่ว ก็ยังทำตามความต้องการของอีกฝ่าย หย่าแล้วจากไป
