ในห้องเรียนเงียบลงไปชั่วขณะหนึ่ง
นักเรียนสามแถวหน้าต่างพากันมองไปทางประตู รวมถึงอู๋เหลียงและหลินเหยียนที่กำลังงุนงง
ครู่ต่อมา ซูหลีในชุดเสื้อเชิ้ตขาวกับกางเกงยีนส์รัดรูปสีดำก็เดินเข้ามา
กางเกงยีนส์แนบเนื้อเน้นรูปร่างสะโพกกลมกลึงทั้งสองข้างให้ดูมีสัดส่วนอย่างชัดเจน
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดัง ก๊อก ๆ ราวกับทุกย่างก้าวเป็นการกระทบลงบนหัวใจของผู้คน
ทันทีที่ซูหลีเข้ามา สายตาทุกคู่ก็จับจ้องไปที่เธอ
สาว ๆ หลายคนมองซูหลีด้วยความประหลาดใจ
เมื่อเทียบกันแล้ว พวกเธอวัยสิบแปดปียังห่างชั้นจากซูหลีอยู่หลายขุม
“นี่อาจารย์ซูหลีเหรอ สวยจังเลย”
“ว้าว ยังดูเด็กจัง หุ่นดีมากเลย”
……
ส่วนหลินเหยียนที่นั่งแถวสองกลับไม่มีท่าทีตื่นเต้นเลย มีเพียงสีหน้าตกตะลึง สายตาเหม่อลอยจับจ้องไปยังใบหน้างดงามเหนือชั้นบนเวที
เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น?
เธอสอนคณิตศาสตร์เหรอ?
มันอะไรกัน?
ซูหลีที่เดินขึ้นมาบนเวทีไม่มีอารมณ์ใด ๆ ปรากฏบนใบหน้า ดูออกจะไม่ค่อยพอใจเล็กน้อย
ซูหลีวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา ด้านบนพิมพ์รายชื่อนักเรียนประจำชั้น
“สวัสดีทุกคน ฉันคือรองศาสตราจารย์ซูหลี”
“ต่อไปฉันจะรับผิดชอบสอนวิชาคณิตศาสตร์ขั้นสูง A และเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น”
“ต่อไปเราจะเช็คชื่อกัน นักเรียนที่ถูกเรียกชื่อให้ยืนขึ้นนะ”
ซูหลีมองไปที่รายชื่อในมือ สายตาพลันหยุดนิ่งที่ช่องหนึ่งหลังแถวแรก
ช่องอื่น ๆ เป็นคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ของคนนี้กลับเป็น...
【รับตรง】
“หลินเหยียน” ซูหลีเอ่ยเสียงเบา
ชื่อของหลินเหยียนก้องอยู่ในห้องเรียนไปรอบหนึ่ง
นักเรียนหลายคนที่นั่งตรงกลางพากันซุบซิบ
“หลินเหยียน?”
“ได้ยินว่าเขาได้โควตารับตรงนะ คนเดียวของห้องเราเลย”
“รับตรง? เจ๋งขนาดนั้นเลย? ทั้งมหาวิทยาลัยโมหยู่ก็มีไม่กี่คนนะ”
……
แต่ชื่อที่โด่งดังขนาดนี้ ตอนนี้หลินเหยียนกลับก้มหน้าต่ำ ไม่อยากลุกขึ้นเลย
เขาไม่เคยคิดเลยว่าอาจารย์เศรษฐศาสตร์เบื้องต้นจะเป็นซูหลีที่อยู่ตรงข้ามห้อง
ที่สำคัญเมื่อวานซืนเขาพลาดเข้าไปในห้องพักของเธอ แถมยังเห็น...
เมื่อวานก็นินทาลับหลังแล้วถูกได้ยินอีก...
เห็นหลินเหยียนไม่ขยับ อู๋เหลียงที่อยู่ข้าง ๆ ก็รีบใช้ศอกกระทุ้งเขา กระซิบว่า “เฮ้ย เรียกนายอยู่”
“นายได้โควตารับตรงจะไปกลัวอะไร นี่เป็นโอกาสอวดเทพเลยนะ”
“ขอวีแชทไปเลยง่าย ๆ”
หลินเหยียนชำเลืองมองอู๋เหลียงที่ตื่นเต้น ก่อนจะลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก
“เขาคือหลินเหยียนเรอะ?”
“หล่อนะ สูงด้วย แถมยังเรียนเก่ง”
……
ทว่าซูหลีเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วน สายตาหลุกหลิกของหลินเหยียนแล้ว คิ้วงามก็ขมวดทันที สายตาเย็นชาจับจ้องที่หลินเหยียนอยู่พักใหญ่ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นว่า “นั่งลงได้”
“คนต่อไป จ้าวถัง...”
หลินเหยียนรีบนั่งลง ดึงอู๋เหลียงที่กำลังหื่นกระหาย เข้ามากระซิบ
“เฮ้ย นายบอกว่าเธอสอนคณิตไม่ใช่เหรอ?”
อู๋เหลียงพยักหน้างง ๆ
“แล้วทำไม...เศรษฐศาสตร์เบื้องต้นล่ะ?”
ตอนนี้อู๋เหลียงดูเหมือนจะนึกเรื่องเมื่อวานขึ้นได้ อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างเห็นอกเห็นใจ
จากนั้นเขากระซิบใกล้ ๆ “เพื่อน อาจารย์ซูหลีเป็นรองศาสตราจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์อยู่แล้ว”
“เธอไม่เคยสอนวิชาพื้นฐานของปีหนึ่งเลย ปกติเป็นอาจารย์สอนวิชาเฉพาะทาง”
“ดวงนายนี่ดีชะมัด ต่อไปฉันว่าง ๆ ต้องแวะมาเรียนห้องนายบ้างแล้ว”
หลินเหยียนสงสัย “รองศาสตราจารย์มาสอนวิชาพื้นฐาน?”
ต่อให้หลินเหยียนไม่รู้อะไรเลย ก็ต้องรู้ว่าไม่มีย้อนเกรดลงมาสอนกันหรอก
รองศาสตราจารย์เฉพาะทางคณิตศาสตร์แบบซูหลี จะโดนย้ายมาสอนปีหนึ่งที่คณะเศรษฐศาสตร์ได้ไง
ได้ยินแบบนั้น อู๋เหลียงก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเลิกคิ้วให้หลินเหยียน “ถามฉันนี่ถามถูกคนแล้ว”
“ได้ยินคนที่ฝ่ายสนับสนุนบอกมาว่า มีคนในภาควิชาคณิตศาสตร์อยากแย่งตำแหน่งศาสตราจารย์ปีหน้ากับอาจารย์ซูหลี เลยแอบเตะตัดขา”
“แต่นั่นก็ไม่เกี่ยวกับเรา ยังไงซะนายก็รวยแล้ว”
หลินเหยียนตาโต “ฉันรวยแล้ว? ทำไมฉันรู้สึกว่าปลายภาคฉันต้องตกแน่ ๆ”
แต่อู๋เหลียงกลับหัวเราะเบา ๆ แล้วบอกว่า “เดี๋ยวนายก็รู้ว่าที่ฉันพูดหมายความว่าไง”
“สบายใจได้ เรื่องแค่นิดเดียว อาจารย์ซูหลีใจกว้างจะตาย”
ผ่านไปไม่กี่นาที ซูหลีเช็คชื่อเสร็จก็วางรายชื่อลง ใช้ปากกาขีดอะไรบางอย่างบนนั้น ก่อนจะมองไปที่หลินเหยียนแถวสอง
หลินเหยียนสังเกตเห็นสายตาของซูหลี เบิกตากว้าง ใจเต้นระส่ำ
อย่านะ เริ่มเล็งแล้วเหรอ?
อย่างมากฉันขอโทษเธอก็ได้ อย่ามาใช้วิธีถามคำถามตัดคะแนนเลย
คุณชายได้โควตารับตรงเข้ามา ถ้าโดนเล่นงานจนตกนี่ขายหน้าแย่เลย
แต่ซูหลีไม่ได้หมายความอย่างนั้น
ได้ยินแต่ซูหลีเปล่งเสียงดังเล็กน้อย น้ำเสียงค่อนข้างเย็นชา “นักเรียนหลินเหยียน เธอเก่งสุดเลยนะ”
“ต่อไปเธอเป็นหัวหน้าวิชาแทนแล้วกัน”
“แล้วไง?”
ได้ยินแบบนั้น คนรอบข้างต่างพากันมองมาด้วยสายตาอิจฉา ราวกับนี่เป็นเรื่องดีอะไรสักอย่าง
แต่หลินเหยียนกลับใจเต้นไม่เป็นส่ำ ทั้งสงสัย
ทำไมถึงมีตำแหน่งหัวหน้าวิชาด้วย?
หลินเหยียนจำได้ว่าเมื่อคืนตอนประชุมห้องบอกว่าวันพฤหัสจะเลือกกรรมการห้อง พวกหัวหน้าฝ่ายเรียน
แต่ซูหลีพูดออกมาแล้ว จะปฏิเสธได้ด้วยเหรอ
ต่อไปต้องโดนเล็งแน่ ๆ
หลินเหยียนตอบอย่างจนใจ “ครับ อาจารย์ซูหลี”
“อืม งั้นเราเริ่มคาบแรกกัน”
ซูหลีเปิดสื่อการสอน เตรียมเริ่มสอน
ทางด้านหลินเหยียน อารมณ์ดิ่งลงเหว คาบแรกของเทอมใหม่ก็มาเล่นงานซะแล้ว
อู๋เหลียงใช้ศอกกระทุ้งหลินเหยียน เอ่ยยิ้ม ๆ “ไงเพื่อน รวยล่ะสิ”
หลินเหยียนหน้าชา ถลึงตาใส่อย่างไม่พอใจ
เห็นดังนั้น อู๋เหลียงก็ดึงหลินเหยียนเข้ามา กำลังจะอ้าปากพูด จู่ ๆ ก็สะบัดมือ ชี้ไปที่มือถือ
หลินเหยียนก็เข้าใจความหมาย หยิบมือถือออกมา เพิ่มเพื่อนวีแชทกับอู๋เหลียงทันที
จากนั้นอู๋เหลียงก็พิมพ์ข้อความส่งให้หลินเหยียนสองสามข้อความ
【นิสัยของอาจารย์ซูหลี จะกำหนดให้คนที่เก่งสุดเป็นหัวหน้าวิชา จริง ๆ ก็เหมือนหัวหน้าฝ่ายเรียน แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว】
【นายนอกจากต้องติดต่อกับอาจารย์ซูหลี ส่งการบ้าน เก็บการบ้านอะไรพวกนั้นแล้ว ก็ใกล้ชิดชื่นชมทุกวันสินะ ฮี่ฮี่! 】
【ยังมีอีกอย่างที่ใคร ๆ ก็อยากได้ นั่นคือการแข่งขันกับตำแหน่งป.โท】
【การแข่งขันของภาคคณิตศาสตร์มีเยอะแยะ การแข่งขันสำคัญ ๆ ต้องมีอาจารย์แนะนำถึงจะมีโอกาสเข้าร่วมได้ คณะเศรษฐศาสตร์นี่ต่างกันหน่อย】
【อาจารย์ซูหลีก็เพื่อหานักเรียนที่เก่ง ๆ มาแนะนำให้ไปแข่งขัน สะสมประวัติ】
【ที่สำคัญที่สุด อาจารย์ซูหลีได้เป็นศาสตราจารย์ก็รับนักศึกษาปริญญาโทได้แล้ว】
【ถ้านายสนิทกับอาจารย์ซูหลี ได้เธอเห็นความสำคัญ อาจได้โควตาเรียนต่อป.โทเลยนะ】
เห็นดังนั้น หลินเหยียนก็ค่อนข้างเข้าใจ
ดูเหมือนว่าตำแหน่งหัวหน้าวิชานี้จะมีประโยชน์กว่าหัวหน้าฝ่ายเรียนมาก ที่สำคัญคือสามารถเข้าถึงทรัพยากรบางอย่างที่ปกติหาได้ยากผ่านทางซูหลี
ยังมีตำแหน่งป.โทอีก!
มิน่าอู๋เหลียงถึงบอกว่าตัวเองรวยแล้ว แค่ทรัพยากรนี่ก็มีแต่คนอยากติดตามซูหลีเพียบ ไม่ต้องพูดถึงความที่เธอเป็นสาวสวยเซ็กซี่เลย
แต่ตอนนี้หลินเหยียนได้แต่หวังว่าซูหลีอย่าหาเรื่องกลั่นแกล้งเขาก็พอ
พวกการันตีเรียนต่อป.โทอะไรนั่น หลินเหยียนตอนนี้ก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่