กู้หลินขานรับเบา ๆ
เฉินมู่ถอนหายใจ
“จริง ๆ แล้ว คนไข้แบบนี้แหละที่รับมือยากที่สุด”
เขากางประวัติการรักษาออก แล้วชี้ไปยังผลตรวจที่เรียงแน่นเต็มหน้า
“ดูสิ”
“มีตัวชี้วัดการติดเชื้อ มีภาวะโลหิตจาง ม้ามโต มีไข้ แต่กลับไม่มีอาการไหนที่ชัดเจนเลย”
“คนไข้แบบนี้มักถูกส่งต่อไปมาระหว่างแผนกในโรงพยาบาล”
กู้หลินไม่พูดอะไร สายตายังคงจับจ้องอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์
ในระบบประวัติการรักษา ผลตรวจของคนไข้ยาวเหยียดไปหลายหน้าแล้ว
ทั้งแผนกโรคติดเชื้อ แผนกภูมิคุ้มกันและโรคข้อ แผนกโลหิตวิทยา กระทั่งตรวจพีอีที-ซีทีก็ทำไปแล้ว
แต่ผลตรวจทุกอย่างกลับเหมือนมีม่านบาง ๆ กั้นไว้ เห็นเพียงเค้าโครง แต่จับความจริงไม่ได้
จังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิด พยาบาลคนหนึ่งโผล่หน้าเข้ามา
“อาจารย์โจวคะ ทางแผนกโลหิตวิทยาประชุมปรึกษาเสร็จแล้วค่ะ”
โจวเหวินหย่วนเงยหน้า
“ว่าไงบ้าง?”
พยาบาลส่ายหน้า
“ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ค่ะ แนะนำให้เจาะไขกระดูกกับตรวจยีนเพิ่ม”
โจวเหวินหย่วนขมวดคิ้วนิดหนึ่ง พูดอีกอย่างก็คือ ยังหาสาเหตุไม่เจอ
จู่ ๆ กู้หลินก็ลุกขึ้น เฉินมู่ชะงักไปครู่หนึ่ง
“จะไปไหน?”
“ไปดูคนไข้อีกรอบ”
“หา?”
เฉินมู่มึนไปนิดหน่อย
“นายดูประวัติหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?”
กู้หลินหยิบแฟ้มประวัติคนไข้บนโต๊ะขึ้นมาแล้ว
“ประวัติหลอกเราได้ แต่คนไข้ไม่หลอก”
โจวเหวินหย่วนไม่ได้พูดอะไร เขาเองก็หวังว่ากู้หลินจะพบเบาะแสใหม่ ๆ ได้เหมือนกัน
